หมอกควันเชียงใหม่ยังแย่ลงจอดไม่ได้4เที่ยวบิน

ผอ.การท่าอากาศยานเชียงใหม่ เผย หมอกควันเชียงใหม่ยังไม่ดีขึ้น ทัศนวิสัยการมองเห็นลดน้อยลง ทำเที่ยวบินลงจอดไม่ได้ 4 เที่ยว
นาวาอากาศโท หลักชัย เฉลยปราชญ์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้ ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นลดน้อยลง ทำให้เที่ยวบินที่จะเดินทางมาลงที่สนามบินนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้ เนื่องจากนักบินจะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก ซึ่งในช่วงเช้า (22มี.ค.) มีเที่ยวบินที่ไม่สามารถลงจอดได้ 4 เที่ยวบินคือ 1.เที่ยวบินของ แอร์เอเชีย บินจาก กัวลาลัมเปอร์ - เชียงใหม่ โดยนักบินได้บังคับเครื่องให้ไปลงที่ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองแทน
2. สายการบินแอร์เอเชีย บินจาก ดอนเมือง - เชียงใหม่ ไม่สามารถลงได้เนื่องจากติดสภาพอากาศ นักบินบังคับเครื่องบินกลับไปลงท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง 3. เที่ยวบินของ บางกอกแอร์เวย์ บินจากสุวรรณภูมิ - เชียงใหม่ นักบินบังคับเครื่องกลับไปลงที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ 4. เที่ยวบินของการบินไทย บินจากสุวรรณภูมิ - เชียงใหม่นักบินต้องนำเครื่องกลับไปลงที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
สำหรับในช่วงบ่าย หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายเชื่อว่าเครื่องบินที่ต้องลงที่ สนามบินนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังไม่สามารถที่จะลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนักบิน ในการที่จะตัดสินใจนำเครื่องบินลงจอดหรือไม่ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก อย่างไรก็ตามจากการคาดการณ์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ที่ระบุว่าในช่วง 20-23มีนาคม นี้จะมีฝนตกในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์หมอกควันที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ยังมีผู้โดยสารบางส่วนที่ติดค้างไม่สามารถที่จะเดินทางได้ติดค้างอยู่ที่สนามบิน ซึ่งได้มีการคืนเงินให้กับผู้โดยสารเต็มจำนวน ซึ่งผู้โดยสารเข้าใจถึงความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงไม่มีปัญหาเกิดขึ้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง, เชียงใหม่ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10)มีค่า 234 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.ช้างเผือก อ.เมือง, เชียงใหม่ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน(PM10)มีค่า 282 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ
จากสถานการณ์สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจพบ เกินมาตรฐานที่บริเวณอ.เมือง น่าน 133ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง พะเยา 220 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง ลำปาง 165 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง138 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง ลำพูน176 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง เชียงราย 270 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, อ.แม่สาย เชียงราย 234 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, ต.ศรีภูมิอ.เมือง เชียงใหม่ 234 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ต.ช้างเผือก อ.เมือง เชียงใหม่ 282 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง แม่ฮ่องสอน 323 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นางเพ็ญศิริ ตรีสัตย์ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้พยากรณ์อากาศประจำวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2557 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงแผ่ลงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียเหนือ และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2557 ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ จะทำให้ภาคเหนือมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ของให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง







