อบต.แพรกษา แจ้งความดำเนินคดี เจ้าของที่ดิน-ผู้ประกอบการบ่อขยะ ส่วนชาวบ้านครึ่งพันทยอยร้องทุกข์ ด้านดีเอสไอ พุ่งประเด็นลักลอบทิ้งขยะ
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แพรกษา เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ดูแลบ่อขยะในซอย 8 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ขณะที่ชาวบ้านครึ่งพันเข้าคิวแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางปู กล่าวว่า อบต.แพรกษา ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางปู สมุทรปราการ เพื่อเอาผิดต่อนายสุรพงษ์ ตั้งเด่นชัย เจ้าของที่ดิน และ นายกรมพล สมุทรสาคร ผู้เช่าและผู้ประกอบการ ในข้อกล่าวหาว่า รับบำบัดกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดบ่อขยะรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ อันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต
ส่วนเรื่องมลพิษทางอากาศ คงต้องรอกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหลักฐาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ถึงจะดำเนินการได้
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองสมุทรปราการ และ สภ.บางปู ได้มาตั้งโต๊ะรับแจ้งความร้องทุกข์ที่ภายในวัดแพรกษาเช่นกัน โดยมีชาวบ้านที่ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบจากหมอกควันกว่า 500 คนเข้าแจ้งความร้องทุกข์
ดีเอสไอพุ่งเป้าสอบลักลอบทิ้งขยะ
สำหรับการดำเนินคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งได้ลงพื้นที่ต่อเนื่อง โดยรอให้ อบต.แพรกษา แจ้งความดำเนินคดี ก่อนจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่าจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดขณะนี้พบว่าที่ดินของบ่อขยะเป็นของ นางบุญไทย ตั้งเด่นชัย รองนายกเหล่ากาชาด จ.สมุทรปราการ ต่อมาได้ให้ นายกรมพล สมุทรสาคร เข้าไปเช่าพื้นที่ภายในซอย 8 เพื่อทำเป็นบ่อฝังกลบขยะ โดยมีการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ประเภทบ่อฝังกลบขยะ กับทางองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แพรกษา เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2554 โดยเป็นสัญญาปีต่อปี แต่การดำเนินกิจการบ่อขยะไม่ถูกสุขลักษณะ และไม่มีการจัดการที่ดี ถูกชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรมใกล้เคียงร้องเรียนอยู่ตลอดเวลา
"อบต.แพรกษา ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีการร้องเรียน เห็นว่าการดำเนินกิจการบ่อขยะแห่งนี้ไม่มีการจัดการที่ถูกต้องตามสุขภาวะ จึงได้ตัดสินใจยกเลิกใบประกอบกิจการของนายกรมพล แต่ยังมีการลักลอบนำขยะเข้าไปทิ้งขยะต่อเนื่อง จึงได้มีการแจ้งความและเปรียบเทียบปรับเจ้าของกิจการตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้"
เมื่อถามว่า นายกรมพล เป็นผู้ประกอบการบ่อขยะจริงหรือไม่ หรือว่าเป็นตัวแทนคนอื่นในการยื่นประกอบกิจการ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบเอกสารใบประกอบกิจการดังกล่าวแล้ว ข้อมูลทั้งหมดยังเก็บอยู่ที่ อบต.แพรกษา ส่วนเรื่องการลักลอบนำขยะไปทิ้งในตอนกลางคืนนั้น ต้องดำเนินการสอบสวนต่อไป เพราะมีข้อมูลจากชาวบ้านใกล้เคียงซึ่งมีน้ำหนักพอสมควร
"การจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบกิจการบ่อขยะหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทาง อบต.แพรกษา ในฐานะเจ้าของพื้นที่ว่าจะมีการกล่าวโทษกับนายกรมพลหรือไม่ เพราะในส่วนของดีเอสไอไม่มีอำนาจหน้าที่ เพียงแต่เข้าไปสอบสวนข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะถือว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยสอบสวนการลักลอบทิ้งขยะ ซึ่งอยู่ภายในบังคับบัญชาของสำนักคดีความมั่นคง" ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ระบุ
ที่ผ่านมามีหลายพื้นที่มีบ่อขยะคล้ายๆ กับที่ จ.สมุทรปราการ ทั้งยังมีปัญหาเรื่องการลักลอบนำขยะพิษไปทิ้ง จึงมีการตั้งหน่วยสอบสวนการลักลอบทิ้งขยะขึ้นมา เพื่อสืบสวนเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ
กองทัพเพิ่มกำลังทหาร100นาย
สำหรับความคืบหน้าดับไฟไหม้นั้น ยังมีการระดมเจ้าหน้าที่จากหลายพื้นที่ โดยช่วงเช้าวานนี้ (20 มี.ค.) ประเมินสถานการณ์พบว่าดับไฟได้แล้ว 70-80% ส่วนที่ยังดับไม่ได้ เพราะเป็นจุดกึ่งกลางของบ่อขยะ ซึ่งเป็นจุดที่ดับยากที่สุด เพราะเป็นจุดที่น้ำลึกที่สุด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ขณะเดียวกันเครื่องบินของกองทัพอากาศแบบ 2 ก. BT-67 มาทำการปล่อยม่านน้ำจำนวน 3 พันลิตรเพื่อลดฝุ่นละอองทางอากาศ
ด้าน นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ขณะนี้ดับเพลิงไปแล้วกว่า 80% จากพื้นที่ทั้งหมด ส่วนผลกระทบจากฝุ่นละอองที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปรับแผนใหม่ ใช้รถดับเพลิง ตีน้ำให้ฟุ้งกระจายกลายเป็นม่านน้ำ เพื่อลดฝุ่นละอองทางอากาศ และผลักดันหมอกควันให้ขึ้นไปที่สูงเพื่อเป็นการลดผลกระทบให้แก่ชาวบ้าน
ด้าน พล.ต.พิชิต ฟูฟุ้ง ผบ.พล.ร11 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพล ปฏิบัติหน้าที่ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพลยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่อง จนสามารถควบคุมหมอกควันให้ลดปริมาณน้อยลงได้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ยังได้สั่งการนำกำลังเข้ามาสนับสนุนในการดับเพลิงระยะ 4 วัน รวม 60 นาย
"วันนี้ (21 มี.ค.) ยังสั่งการให้นำพลมาสนับสนุนเพิ่มอีก 100 นาย เพื่อต้องการจะจบภารกิจให้ได้ภายใน 2 วัน ส่วนเรื่องสุขภาพของกำลังพลคิดว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะก่อนมาเราได้มีการเตรียมตัวนำอุปกรณ์สำหรับป้องกันควันมาเป็นอย่างดี และให้กรมแพทย์ทหารบกลงมาดูแลในเรื่องสุขภาพของกำลังพลด้วย"
7เขตกท.เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ
ด้าน นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักอนามัย และสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ได้เข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ 7 เขตของกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟจากบ่อขยะแพรกษา จ.สมุทรปราการ ที่ผ่านมา ประกอบด้วย เขตบางนา ประเวศ พระโขนง คลองสามวา สะพานสูง ลาดกระบัง และบึงกุ่ม ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ จากเหตุการณ์ดังกล่าวหลายวันที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการแค่แสบตาและจมูกเท่านั้น
นายบรรจง สุขดี รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้ ไฟยังดับไม่ได้อีก 20% และวานนี้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 85 คน รถดับเพลิง 22 คัน เพื่อดับไฟพร้อมกับทำม่านน้ำฉีดให้เป็นละอองฝอย เมื่อควันที่ลอยเข้ามากระทบก็จะจางลง เพื่อให้เกิดผลกระทบบริเวณอื่นให้น้อยสุด
"ส่วนควันขณะนี้เป็นควันขาว ไม่ใช่ควันดำที่เป็นควันพิษเหมือนที่ผ่านมา แต่ที่หน่วยงานยังไม่สามารถดับไฟได้นั้น เพราะบ่อขยะมีหลายชั้น เป็นพลาสติก และสิ่งอื่นๆ ทับถมกันจำนวนมาก ด้านใต้กองขยะก็มีการคุของไฟอยู่ จึงต้องใช้รถแบ็คโฮตะกุยกองขยะด้านในเพื่อให้รถดับเพลิงนำน้ำเข้าไปฉีดได้ และในพื้นที่ก็มีเลนดินทำให้เจ้าหน้าที่ก็ทำงานลำบากขึ้นอีก แต่จากสถานการณ์น่าจะใช้เวลาอีก 3-4 วัน ไฟและควันต่างๆ จะดับได้" นายบรรจง กล่าว









