เล็งจดลิขสิทธิ์'ประเพณีไทย' เมินสิงคโปร์จัดสงกรานต์แข่ง

เล็งจดลิขสิทธิ์'ประเพณีไทย' เมินสิงคโปร์จัดสงกรานต์แข่ง

ททท.หารือจดลิขสิทธิ์งานประเพณีสำคัญของไทย ย้ำไม่ห่วงสิงคโปร์ชิงตลาดจัดสงกรานต์แข่ง มั่นใจเอกลักษณ์ประเพณีไทยแข็งแกร่ง

ททท. ยังมั่นใจสงกรานต์ไทยเงินสะพัด 4.7 หมื่นล้านบาท พร้อมหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องจดลิขสิทธิ์งานประเพณีสำคัญของไทย ย้ำไม่ห่วงสิงคโปร์ชิงตลาดจัดสงกรานต์แข่ง มั่นใจเอกลักษณ์ประเพณีไทยแข็งแกร่ง ธุรกิจย่านข้าวสารไม่หวั่นคู่แข่งเลียนแบบ แต่ยังหวั่นการเมืองปีนี้ทุบรายได้สงกรานต์ต่ำกว่าปีก่อน หนุนภาครัฐเร่งตลาดเอเชียร่วมฟื้นตลาด

จากกรณีที่บริษัท เจบอซ คอนซัลแทนท์ ซึ่งเป็นธุรกิจอีเวนท์ในสิงคโปร์ ได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “เซเลเบรท สงกรานต์ 2014” ระหว่างวันที่ 12-13 เม.ย. ที่ประเทศสิงคโปร์ ส่งผลทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายทางสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นความเป็นห่วงว่าไทยจะสูญเสียตลาดท่องเที่ยวในภาวะที่ยังมีปัญหาการเมือง

ในเรื่องนี้ นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้ติดตามการจัดงานดังกล่าว แต่ไม่รู้สึกกังวล โดยประเมินว่าไทยจะไม่เสียตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติไปให้กับสิงคโปร์อย่างแน่นอน และคาดว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวน 4.4 ล้านคน เติบโต 10% แบ่งเป็นคนไทย 4 ล้านคน และชาวต่างชาติ 4 แสนคน เพิ่มจากปีก่อนซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งหมด 4 ล้านคน ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีรายได้ราว 4.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 14.63% จากที่ทำไว้ 4.1 หมื่นล้านบาทเมื่อปีก่อน

เนื่องจากในเมื่อราว 3 ปีที่ผ่านมา มีภาคเอกชนในสิงคโปร์เคยจัดงานในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว แต่ยกเลิกไป จนกระทั่งมีการมารื้อฟื้นจัดงานขึ้นมาใหม่ในปีนี้ และหากเทียบขนาดการจัดงานแล้ว การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ของไทยมีขนาดใหญ่และจัดหลากหลายพื้นที่มากกว่า ขณะเดียวกันในปีนี้ยังมีการแยกกลุ่มโปรดักท์ให้มีความชัดเจนตรงความสนใจเฉพาะมากขึ้น ได้แก่ การแบ่งพื้นที่เป็นการละเล่นตามประเพณีดั้งเดิม และการละเล่นสาดน้ำเพื่อความสนุกสนาน ดังนั้นจึงมีความแตกต่างจากสงกรานต์ของประเทศสิงคโปร์อย่างชัดเจน

“การที่สิงคโปร์จัดสงกรานต์ขึ้นมา มองว่าเขาเอาไปได้แต่ชื่อ แต่ไม่สามารถเอาจิตวิญญาณของการจัดงานไปได้ โดยเฉพาะประเพณีไทยที่ ททท.เตรียมจะชูให้ชาวต่างชาติเห็นถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ที่หาได้เฉพาะในประเทศไทย อาทิ การรดน้ำดำหัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีของการขอขมาต่อผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านไม่มี”

นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่าการรับรู้เทศกาลสงกรานต์ของไทยในฐานะอีเวนท์ระดับนานาชาติ เริ่มมีความแข็งแกร่งติดตลาด เนื่องจาก ททท.ได้วางกลยุทธ์ให้เป็นเทศกาลระดับโลก (เวิลด์อีเวนท์) มาอย่างต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมา โดยจัดทำควบคู่กับอีก 2 เทศกาลใหญ่คือ ลอยกระทง และ การนับถอยหลังสู่ปีใหม่ (เคาท์ดาวน์)

เล็งจดลิขสิทธิ์เทศกาลสงกรานต์

ด้าน นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ได้เฝ้าติดตามการจัดงานดังกล่าวของสิงคโปร์ และเตรียมหารือถึงความเป็นไปได้ในการจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาเทศกาลประเพณีของไทย เช่น สงกรานต์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร เนื่องจากเทศกาลเล่นสาดน้ำก็มีการละเล่นกันอย่างแพร่หลายในอาเซียน

ด้าน นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการจัดงานสงกรานต์ที่สิงคโปร์ ไม่มีผลกระทบต่อตลาดท่องเที่ยวไทย เพราะการจัดดังกล่าวเป็นเพียงการช่วงชิงตลาด และความได้เปรียบระหว่างที่ก่อนหน้านี้ไทยยังมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้กรุ๊ปทัวร์ประเทศต่างๆ ที่เคยเป็นเป้าหมายของไทย คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และ จีน ไม่สามารถเดินทางมาไทยได้ เพราะติดเงื่อนไขการประกันภัยเดินทางไม่ครอบคลุม จึงหันไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านแทน แต่เมื่อรัฐบาลได้ประกาศยกเลิก พ.ร.ก. ดังกล่าวแล้ว คาดว่าชาวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสงกรานต์ในไทยได้ตามปกติ

นอกจากนั้น เทศกาลสงกรานต์ไทยยังมีเอกลักษณ์ที่ประเทศอื่นๆ ไม่สามารถเลียนแบบได้ เนื่องจากไม่มีรากเหง้าและเรื่องราวความเป็นมาเหมือนไทย และเชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ได้ลองเดินทางไปร่วมงานที่สิงคโปร์ในปีนี้แล้ว ก็ต้องกลับมาเที่ยวสงกรานต์ที่ไทยในปีหน้าแน่นอน เพราะมีทั้งชื่อเสียงและบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ต่างกัน

“ทราบว่าสิงคโปร์เคยจัดงานมาแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเป็นเพียงการทดลองตลาด แต่ก็ไม่ต้องการให้ภาคท่องเที่ยวและหน่วยงานรัฐประมาท ควรเร่งเตรียมแผนกระตุ้นตลาดในช่วงยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้วยการจัดกิจกรรมอีเวนท์สร้างการรับรู้ เช่น กลุ่มผู้ประกอบการข้าวสารได้จัดคอนเสิร์ตต่อเนื่องทุกสุดสัปดาห์ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. เพื่อเรียกความมั่นใจของตลาดในประเทศที่ปกติมีสัดส่วนราว 50% ให้กลับมาก่อนทันที”

อย่างไรก็ตาม นายสง่า ยอมรับว่า นักท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ปีนี้อาจจะลดต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยทำได้เมื่อปีก่อน สังเกตจากอัตราเข้าพักเฉลี่ยในขณะนี้ที่ยังอยู่ในระดับเพียง 50% ต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ต้องสูงถึง 80% แล้ว เป็นผลโดยตรงจากการบังคับใช้ พ.ร.ก.ก่อนหน้านี้ ดังนั้น ประเมินอัตราเข้าพักเฉลี่ยย่านถนนข้าวสารในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ก็อาจฟื้นตัวได้เพียง 20% คือ มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยราว 70% จากที่ควรอยู่ที่ 90% ขณะที่รายได้สะพัดที่เคยได้วันละ 80-100 ล้านบาทต่อวัน ก็อาจจะหายไปราว 20 ล้านบาทต่อวัน

“ต้องการให้เร่งกระตุ้นตลาดเอเชีย เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ให้มาเที่ยวสงกรานต์มาไทย เพราะถือว่าเป็นตลาดระยะสั้น (Short Haul) ที่ตัดสินใจเดินทางมาได้รวดเร็วกว่ายุโรป ที่ต้องวางแผนเดินทางล่วงหน้ามานานกว่า ประกอบกับมีปัจจัยเสริมอย่างการจองโรงแรมออนไลน์ผ่าน โอทีเอ (ออนไลน์ ทราเวล เอเยนต์) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดดังกล่าวจะเข้ามาเสริมเทศกาลสงกรานต์ไทยได้มากที่สุด” นายสง่า กล่าว

สิงคโปร์ตีข่าวสงกรานต์ผ่านเว็บไซต์

ทั้งนี้ เว็บไซต์ celebratesongkran.com ได้นำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์การจัดเทศกาลสงกรานต์ที่สิงคโปร์ โดยจะเป็นการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ บริเวณเดอะปาดัง ในการจัดงานทั้ง 2 วัน มีทั้งกิจกรรมทางวัฒนธรรมและกิจกรรมบันเทิงต่างๆ เทศกาลดนตรีที่มีการจำหน่ายบัตร และจะมีการแสดงดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์-ป๊อปจากวงฟาร์อีสต์มูฟเมนท์ รวมทั้งการแสดงจากศิลปินชื่อดังจากประเทศไทย อย่าง ฟิล์ม รัฐภูมิ, โฟร์-มด, เนโกะ จั๊ม, ขนมจีน รวมถึงศิลปินจากประเทศอื่นๆ

นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่เปิดให้ผู้คนได้เข้าชมฟรี อย่างการขายสินค้าแฮนด์เมด ของที่ระลึก เสื้อผ้า เครื่องปั้นดินเผา เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ ภาพวาด และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงการลองชิมอาหารไทยและขนมหวานแบบไทยๆ โดยในส่วนของตลาดนี้ เปิดไปจนถึงช่วงกลางคืน

งานสงกรานต์ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ยังมีการจัดเวทีชกมวยไทยกลางแจ้ง ทั้งยังมีการเล่นเกมและมีการนำเครื่องเล่นต่างๆ มาตั้งในงานด้วย

ข้อมูลระบุว่า นิทรรศการกลางแจ้งแห่งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสกับงานรื่นเริงต่างๆ ที่จัดขึ้นระหว่างเทศกาลสงกรานต์นอกประเทศไทย โดยได้จัดกิจกรรมไว้หลากหลายตลอดทั้ง 2 วันของงานที่เหมาะกับทั้งครอบครัว คู่รัก เด็กๆ และผู้ชื่นชอบงานปาร์ตี้

ข้อมูลยังระบุว่าการไปร่วมงานสงกรานต์ 2014 จะเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของไทย รวมถึงวัฒนธรรมบันเทิง ซึ่งเทศกาลนี้ก็เพิ่มสีสันในแบบนานาชาติเข้าไปด้วย

ทั้งนี้ ในปีก่อนๆ เคยมีการจัดงานสงกรานต์ในสิงคโปร์มาก่อน รวมถึงปีที่แล้วที่ข้อมูลของสถานทูตไทยในสิงคโปร์ระบุว่ามีการงานสงกรานต์ ที่วัดป่าเลไลยก์ โดยสมาคมไทย สิงคโปร์ ในวันที่ 13 เม.ย. นอกจากนั้นยังมีงานสงกรานต์ที่วัดกาญจนาราม 2 และงานสงกรานต์ที่จัดขึ้นในวันที่ 14 เม.ย. ที่วัดแห่งอื่นในสิงคโปร์ รวมถึงมีการจัดที่สมาคมแรงงานไทยด้วย