ปชน.เปิดตัว 'ภาวุธ' ผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซไทย แคนดิเดต รมว.ดีอี

ปชน.เปิดตัว 'ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ' ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ปชน.ลำดับ 7 แคนดิเดต รมว.ดีอี โปรไฟล์หรู หนึ่งในผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย เคยลงสมัคร สว.ปี 67 มาแล้ว
KEY
POINTS
- พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัวนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้ง TARAD.com และผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซไทย เป็นแคนดิเดตว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
- นายภาวุธตัดสินใจเข้าสู่การเมืองเพื่อเปลี่ยนจาก "ผู้วิจารณ์" มาเป็น "ผู้ผลักดันนโยบาย" ด้วยตัวเอง โดยมุ่งแก้ปัญหาโครงสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาดออนไลน์
- มีเป้าหมายหลักในการปกป้องผู้ประกอบการและ SME ไทยจากการครอบงำของทุนต่างชาติ และสร้าง "เศรษฐกิจที่โอบรับทุกคน" ให้คนตัวเล็กไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัว "ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน" ในแคมเปญ The Professionals เพิ่มเติม ได้แก่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 พรรคประชาชน (ปชน.) เป็น แคนดิเดต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยเขาคือผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซไทย ผู้ก่อตั้ง TARAD.com CEO & Founder ของ Pay Solutions และ Creden.co รวมถึงเป็นนักลงทุนและวิทยากรด้านดิจิทัล เคยลงสมัคร สว. ด้วยนโยบายที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อผู้ประกอบการไทย
ทั้งนี้ นายภาวุธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อเสียงเตือนผมดังไม่พอ ขอลงมือทำเอง หลายคนอาจคุ้นหน้าตนในฐานะคนทำธุรกิจดิจิทัล ผู้ก่อตั้ง TARAD.COM ที่คลุกคลีอยู่กับวงการอีคอมเมิร์ซไทยมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เห็นการเติบโต เห็นโอกาส แต่ในขณะเดียวกัน... ก็เห็น "วิกฤต" ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ
ตลอดหลายปีหลัง พยายามส่งเสียงในฐานะ “ผู้เตือนภัย” ของเศรษฐกิจออนไลน์ไทย ตนเป็นคนหนึ่งที่ออกมาพูดเรื่องของ ทุนจีนและทุนต่างชาติ ที่เข้ามาครอบครองพื้นที่อีคอมเมิร์ซไทยอย่างรวดเร็ว จนผู้ประกอบการรายย่อยของไทยเริ่มไม่มีที่ยืน พูดในฐานะนายกสมาคมฯ ในฐานะภาคเอกชน พูดจนเสียงแหบแห้ง... แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ "แค่เสียงเตือน... เปลี่ยนกฎหมายไม่ได้" โครงสร้างที่บิดเบี้ยวนี้ ต้องการการแก้ไขที่ระดับ "นโยบาย" และ "กฎหมาย" เท่านั้น
จากประสบการณ์ตรง เห็นภาพชัดเจนว่า ผู้ค้าไทยไม่ได้แพ้เพราะไม่เก่ง แต่แพ้เพราะ โครงสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม แพ้สินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาขายตรงด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า มีระบบโลจิสติกส์พร้อม และที่สำคัญคือ... ภาระภาษีที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เคยตั้งคำถามในหลายเวทีว่า ประเทศไทยกำลังสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจให้กับแพลตฟอร์มข้ามชาติอยู่หรือไม่?
นายภาวุธ ระบุอีกว่า ไม่ได้ต่อต้านทุนต่างชาติ ไม่ได้จะปิดประเทศ แต่เรียกร้องให้รัฐมี “ยุทธศาสตร์” ที่ชัดเจน ทั้งการตั้งรับ จับมือ และรุกกลับ เพื่อปกป้องฐานเศรษฐกิจของคนไทยและนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจก้าวออกจาก Comfort Zone ในโลกธุรกิจ เข้าสู่สนามที่ซับซ้อนและท้าทายยิ่งกว่า คือ "สนามการเมือง" เพื่อเปลี่ยนจาก “ผู้วิจารณ์นโยบาย” มาเป็น “ผู้ลงมือผลักดันนโยบายด้วยตัวเอง” ในพื้นที่ที่การตัดสินใจสามารถเปลี่ยนชะตาของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยได้จริง
"การลงสนามครั้งนี้ของผม คือ เจตจำนงทางจิตวิญญาณ ที่แน่วแน่ ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศนี้ครับ ผมต้องการเห็น "เศรษฐกิจที่โอบรับทุกคน" เศรษฐกิจที่คนตัวเล็กตัวน้อย... ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เศรษฐกิจที่ความฝันของ SME ไทย... ไม่ถูกบดขยี้ด้วยทุนผูกขาด และเศรษฐกิจที่ดอกผลของการพัฒนา... ตกถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน นี่คือภารกิจเปลี่ยนผ่านประเทศไทย ที่ผมและพรรคประชาชน พร้อมที่จะลงมือทำ ครับ" นายภาวุธ ระบุ







