วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิกฤติแม่วัยใสพุ่งเกินค่าเฉลี่ย

สศช.เปิดข้อมูลแนวโน้มแม่วัยใสเพิ่มสูงขึ้น ชี้กระทบหลายด้าน ทั้งปัญหาสุขภาพ-การศึกษา และอาชีพ

วานนี้(13 มี.ค.) คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ร่วมกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย(UNFPA) เปิดรายงาน "แม่วัยใส ความท้าทายการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น" ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นไทยและทั่วโลก เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหา อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สคช.เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน วางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากภาระในการดูแลผู้สูงอายุที่มากขึ้นในอนาคต โดยมีการคาดการณ์ว่า อีก 30 ปี ข้างหน้า หรือปี 2583 ประชากรวัยทำงาน 2 คน ต้องดูแลผู้สูงอายุ 1 คน ดังนั้นหากอัตราการคลอดลูกในเด็กวัยรุ่นยังพุ่งสูงขึ้น การแบกรับภาระเลี้ยงดูทั้งผู้สูงอายุและลูกของตนเอง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาการเลี้ยงดูได้

จากข้อมูลรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 4 / 2556 พบว่า แม่วัยใสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ค่าเฉลี่ยอายุน้อยลง เนื่องจากการป้องกันการตั้งครรภ์ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง 10-14 ปี มีอัตราการคลอดลูกสูงจาก 1.1 ต่อประชากรวัยเดียวกัน 1,000 คน ในปี 2551 เป็น 1.8 ในปี 2555 ขณะที่วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง 15-19 ปี ก็มีอัตราคลอดลูกสูงขึ้นเช่นเดียวกัน จาก 50.1 ในปี 2551 เป็น 53.8 ในปี 2555 ซึ่งหากเปรียบเทียบกับอัตราการคลอดลูกในกลุ่มประเทศใกล้เคียง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ ที่มีอัตราคลอดลูกในเด็กอายุ 15-19 ปีต่ำมากเพียง 2-6 ราย ถือว่าสถานการณ์ในประเทศไทยค่อนข้างน่าตกใจ

"ปัญหาแม่วัยใสที่เพิ่มสูงขึ้น หากเทียบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าประเทศไทยอัตราแม่วัยใสสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก โดยค่าเฉลี่ยในภูมิภาคอยู่ที่ 35 รายต่อประชากรวัยเดียวกัน 1,000 คน ซึ่งส่งผลกระทบหลายด้านทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตั้งแต่ปัญหาด้านสุขภาพของทั้งแม่และลูก ปัญหาด้านการศึกษา ปัญหาการประกอบอาชีพ สุดท้ายก็เชื่อมโยงถึงปัญหาเศรษฐกิจระดับประเทศ เนื่องจากอัตราการคลอดลูกแสนกว่ารายต่อปี หมายความว่าประเทศต้องเสียกำลังแรงงานในอนาคตจำนวนมาก โอกาสแข่งขันจึงลดน้อยลงตามไปด้วย"

ด้าน นายคาสปาร์ พีค ผู้แทนกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย(UNFPA) กล่าวว่า สถานการณ์แม่วัยใสในประเทศไทย ตามตัวเลขที่ระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดลูกสูงถึง 129,451 ราย แสดงให้เห็นว่า 1 ใน 20 ของเด็กหญิงไทยจะกลายเป็นคุณแม่วัยใส นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า เด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ประมาณ 4,000 คน ในประเทศไทยกลายเป็นแม่วัยใส เฉลี่ยแล้วทุกๆ 2 ชั่วโมง จะมีการคลอดลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

ดังนั้นคำถามที่ย้อนกลับมาก็คือใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ ที่ผ่านมาสังคมมักจะโทษแต่ตัวเด็กหญิง แต่จริงๆ แล้วทุกคนที่เกี่ยวข้องจะต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตัวเด็กชายที่เป็นพ่อของเด็ก ผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องรับผิดชอบมากที่สุด เนื่องจากมีหน้าที่ในการสอนเรื่องเพศสัมพันธ์ รวมทั้งคุณครูด้วย

นายคาสปาร์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์แม่วัยใสในประเทศไทย เมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้ว พบว่าค่อนข้างแตกต่างกัน ตรงที่ทั่วโลกกว่า 90% ของแม่วัยใสนั้นแต่งงานแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยมีเพียง 20% เท่านั้นที่แต่งงาน ทั้งนี้เห็นว่าการให้ความรู้ที่ถูกต้องและครอบคลุม ควรเริ่มตั้งแต่เด็กอายุ 12 ปี ไม่ต้องรอให้ถึง 16 ปี เพราะช้าเกินไป ส่วนทัศนคติของผู้ใหญ่บางคนต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เพราะจริงๆ แล้ว เด็กทุกคนก็ต้องการมีเพศสัมพันธ์เหมือนผู้ใหญ่ แต่ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้เด็กรู้ถึงข้อมูลที่ถูกต้องรอบด้านในการป้องกัน