วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"พระเทพฯ"ทรงห่วงป่าน่าน รับสั่งแก้บุกรุก-เสื่อมโทรม

"สมเด็จพระเทพรัตนฯ" ทรงห่วงป่าน่าน มีรับสั่งเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์เสด็จฯเป็นองค์ปธ.งานสัมมนาวิชาการเชิงปฏิบัติการ "รักษ์ป่าน่าน" วันนี้

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทัพบก และ จังหวัดน่าน จัดงานสัมมนาวิชาการเชิงปฏิบัติการ รักษ์ป่าน่าน เพื่อหาทางออกการรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และสร้างการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน วันนี้ (10 มี.ค.) ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเมืองน่านในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยตรงแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน์ภาพรวมของประเทศไทยด้วย เนื่องจากที่นี่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำน่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา

อีกทั้งเมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความก้าวหน้าของโครงการตามพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ทอดพระเนตรเห็นพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว ทรงห่วงใยและทรงเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ให้คืนสู่สมดุลโดยเร็วที่สุด

เพื่อกระตุ้นให้มีการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน จึงมีพระราชดำริให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมกันจัดทำโครงการประชุมวิชาการเรื่อง "รักษ์ป่าน่าน" ขึ้น โดยมุ่งเน้นให้แสวงหารูปแบบ ตลอดจนวิธีการปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการอนุรักษ์ป่าไม้ให้กับชุมชน

โดยมีธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้สนับสนุนหลัก และร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทัพบก องค์กรส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดน่าน

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของโครงการจัดสัมมนารักษ์ป่าน่าน ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระกระแสรับสั่งถึงแนวทางการฟื้นฟูสภาพป่าในจังหวัดน่าน ที่ถูกแผ้วทางเพื่อการเกษตร จนทำให้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติจากเดิมมีพื้นที่กว่า 6.4 ล้านไร่ ถูกรุกเพื่อปลูกพืชไร่บนที่สูงไปกว่า 1.5 ล้านไร่

โดยในปัจจุบันยังมีการขยายพื้นที่ทำกินออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อป่าต้นน้ำน่าน ต้นน้ำสำคัญของภาคเหนือที่บรรจบเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา

“โจทย์สำคัญของการสัมมนาครั้งนี้ ก็คือ การสูญเสียป่าที่ไม่ได้เกิดจากการลักลอบตัดไม้ไปขาย แต่เป็นเรื่องของความจำเป็นในการทำกินของคนท้องถิ่น จากระบบทุนนิยมที่เข้ามามากขึ้น ความอยากได้อยากมีมากขึ้น แต่ที่ดินเท่าเดิม ความกดดันที่มีสูงขึ้นตรงนี้เลยนำไปสู่การรุกป่า เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนเพียงพอต่อความต้องการ”

ขณะเดียวกัน ปัญหาการรุกป่าเป็นสิ่งที่อยู่ในใจคนน่านอยู่แล้ว เพราะกว่า 40% ของปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาจากที่นี่ ทำให้เรื่องนี้มีความเป็นพลวัตในตัวเอง อีกทั้งยังเป็นรูปแบบของการแสดงออกถึงความรักในท้องถิ่นอีกด้วย

ดังนั้น แม้ว่าจะเป็นโจทย์ที่ยากจากความซับซ้อนของระบบทุนนิยม แต่ก็ยังมีความหวังในการแก้ปัญหา และนำไปสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนในที่สุด

สำหรับการสัมมนาวิชาการเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,400 คน จากทุกภาคส่วน โดยมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการการนำเสนอแนวทางในการฟื้นฟู และอนุรักษ์พื้นที่ป่าจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน ในวันที่ 10 มี.ค. 2557

สำหรับข้อมูลจากกรมป่าไม้ ระบุว่า สภาพโดยทั่วไปของพื้นที่ในจังหวัดน่าน แบ่งเป็นพื้นที่ราบ 15% พื้นที่ภูเขา 85% ด้วยสัดส่วนพื้นที่ทำกินที่มีน้อย ส่งผลให้เกิดการเผาป่าเพื่อปรับพื้นที่ในการทำเกษตรเชิงเดี่ยว อาทิ ข้าวโพด ถั่วลิสง พริก ยางพารา เป็นต้น โดยช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี 2551-2556 พบการบุกรุกทำลายป่า กินพื้นที่มากกว่า 450,000 ไร่