วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความสุขจากเสียงเพลง

อมิตตา ทาทา ยัง ทุกข์ด้วยโรคเรื้อรัง ทำให้ต้องห่างหายจากวงการเพลงร่วม 3 ปี ในวันนี้เธอกลับมาพร้อมความมหัศจรรย์เต็มร้อยทั้งสุขภาพกายและใจ

“อมิตตา ทาทา ยัง” นักร้องสาวที่เข้าวงการเพลงมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย และเป็นศิลปินอายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลพระพิฆเนศทองด้วยวัยเพียง 16 ปี เมื่อย้อนไปฟังตั้งแต่อัลบั้มแรกจนปัจจุบันกว่า 10 ชุด ไม่มีอัลบั้มใดเลยที่ไม่ฮิตติดลมบน อีกทั้งได้รับรางวัลจากสื่อบันเทิงหลากหลายแขนง และเธอเป็นนักร้องหญิงที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศไทยกว่า 800 ล้านบาท และมียอดจำหน่ายอัลบั้มแล้วกว่า 14 ล้านชุด

ช่วงก่อนหน้านี้ที่นักร้องสาวหายหน้าไปจากวงการเพลงด้วยปัญหาโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้าอย่างมาก จึงไม่สามารถที่จะตอบสนองการการทำงานในด้านเพลงเท่าที่ควร ทำให้เธอเองประสบปัญหาทางด้านสุขภาพใจไปด้วย อีกทั้งคุณพ่อได้จากไปในช่วงที่เธอต้องการกำลังใจสูงสุด ช่วงเวลาแห่งการดูแลสุขภาพกายและใจให้พร้อมจึงทำได้ยากเต็มที

แต่ทุกอย่างล้วนต้องใช้ระยะเวลา ทุกอย่างจำต้องก้าวต่อไป เธอคนนี้จึงเลือกที่จะก้าวต่ออีกครั้งอย่างเข้มแข็งด้วยพลังใจที่มาจากตนเองเป็นสำคัญ "ทาทา ยัง" จึงเปิดใจถ่ายทอดแนวคิดก้าวแห่งพลังใจสำคัญ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้กับผู้ที่กำลังประสบปัญหาเช่นที่เธอเคยผ่านมา

เรื่องราวของสุขภาพ

ก่อนหน้านี้ ทาทามีปัญหาสุขภาพด้วยโรคเรื้อรังจากความผิดปกติของไทรอยด์และฮอร์โมนที่ทำให้แขนขาอ่อนแรง ทั้งยังมีโรคอื่นๆ เช่น ภาวะกล่องเสียงอักเสบขั้นรุนแรง กระดูกเท้าผิดรูปจากการสวมส้นสูงเต้นมานาน แต่ในวันนี้เธอยืนยันว่าสุขภาพกลับมาแข็งแรงดีแล้ว แต่อาจยังคงมีเรื่องของไข้หวัดอยู่บ้าง จึงต้องดูแลตนเองเยอะพอสมควร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งให้กับแฟนๆ ในคอนเสิร์ต Turn Back Time with Tata ในวันที่ 22-23 มีนาคมนี้

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เธอเดินทางไปรักษาตัวกับแพทย์ที่เยอรมนีด้วยเทคโนโลยีด้านเซลล์บำบัด (Fresh Cell Therapy) เพื่อรักษาภาวะผิดปกติของไทรอยด์และฮอร์โมน ส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นมากแล้วในตอนนี้ คุณหมอที่ต่างประเทศจึงไฟเขียวให้กลับมาทำงานที่รักได้อย่างเต็มที่

ทาทาขยายความเข้าใจถึงเทคโนโลยีเซลล์บำบัดที่ไปทำการรักษามาว่า เฟรซเซลล์ค่อนข้างต่างกับสเต็มเซลล์ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน สเต็มเซลล์เป็นเซลล์แช่แข็ง ส่วนเฟรซเซลล์ก็เป็นเซลล์สดตรงตามชื่อ ไม่ได้ฟรีซมา อีกทั้งเซลล์ที่ใช้ก็เป็นเซลล์จากแกะ

ในช่วงแรกที่ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจใช้วิธีรักษานี้ เธอก็เหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่สงสัยว่า ทำไมต้องเป็นแกะ ทำไมไม่ใช่ลิง เพราะเซลล์ของคนกับลิงน่าจะคล้ายคลึงกันมากกว่า คำตอบที่ได้รับจากคุณหมอซึ่งเชี่ยวชาญด้านเซลล์บำบัด อธิบายว่า เซลล์ของคนคล้ายคลึงกับเซล์ที่มาจากแกะมากกว่า ฉะนั้น ในการรักษาจึงใช้เซลล์จากแกะมาฉีดเพื่อช่วยเยียวยาและฟื้นฟูเซลล์ผิกปกติให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง โดยนำไทรอยย์ของแกะมาผ่านขั้นตอนทางการแพทย์แล้วฉีดเข้าที่ไทรอยด์ของเธอ

ในด้านการดูแลตนเองนั้น ไม่ใช่ว่าการฉีดเฟรชเซลล์เพียงอย่างเดียวแล้วจะดีขึ้นทันตา สิ่งสำคัญอย่างมากที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยก็คือ การดูแลสุขภาพใจ

สิ่งที่เยียวยาสุขภาพใจของเธอก็คือ การทำอะไรก็ได้ที่ทำให้พอใจ เช่น การทานอาหารให้อิ่ม นอนหลับให้เพียงพอ ยิ้มแย้มรับกับสิ่งรอบตัวที่เข้ามาหา อารมณ์แจ่มใสในทุกๆ วัน อิ่มเอมกับสิ่งที่ทำให้มีความสุขแม้เป็นสิ่งเล็กน้อยในแต่ละวัน โดยเฉพาะการที่ได้กลับมาทำงานเพลงที่รักมากอีกครั้ง ยิ่งทำให้พลังใจของเธอกลับคืนมาได้อย่างมหาศาล

"อาจเป็นเพราะความสุขของทาทาคือการทำงานก็ว่าได้ เรียกว่าเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ จะดีกว่า การได้กลับมาบ้างานอีกครั้ง มันคือที่สุดของกำลังใจแล้ว ณ เวลานี้" ทาทาพูดอย่างอมยิ้มและว่า อาจเป็นเพราะสุขภาพใจดี จิตใจดีก็เป็นได้ที่ทำให้เธอมีสุขภาพกายที่แข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้

ทาทายังคงฝากถึงแนวทางการดูแลตนเองสำหรับผู้ที่มีความอ่อนแอทางด้านสุขภาพเช่นเธอว่า อยากให้ดูแลจากภายใน คือสุขภาพใจ เพราะหากสุขภาพใจและกำลังใจแข็งแรง ก็จะทำให้สุขภาพกายดีขึ้น โดยเฉพาะความเครียดถือเป็นสิ่งบั่นทอนสุขภาพใจ ทำให้ย่ำแย่ตั้งแต่ข้างใน ฉะนั้น ทำอย่างไรก็ได้ให้จิตใจแจ่มใส โดยเฉพาะคนป่วยซึ่งควรทานอาหารสุขภาพ

เธอยกตัวอย่างคนในครอบครัวว่า “คุณแม่ของทาทาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง คุณพ่อท่านก็เสียด้วยโรคหัวใจ ท่านเข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก พอเราเห็นท่านทานอะไรไม่ได้ก็รู้สึกไม่ดี สงสาร ฉะนั้น หากยังคงทานอาหารได้ก็ควรส่งเสริมและจัดหาให้ท่าน แค่ทานได้ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งแล้ว การทานอาหารก็ต้องคำนึงถึงอาหารที่เราทานได้ด้วย ให้เหมาะกับโรคที่เราเป็นด้วย อย่างเป็นโรคหัวใจก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ อย่างนี้เป็นต้น แต่สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดคือสุขภาพใจต้องดีด้วยค่ะ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หาหนังสือดีๆ มาอ่าน อย่างทาทาจะชอบดำน้ำก็จะมีความสุขอย่างมากเมื่อได้ดำน้ำ ปีหนึ่งก็จะหาเวลาไปให้ได้สัก 2 ครั้ง”

“ส่วนสิ่งที่หลีกเลี่ยงนี่เป็นสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนท่านไม่อยากพูดอะไรมาก แค่อยากให้รู้ตนเองว่าทำไปแล้วมันดีต่อตนเองหรือเปล่าค่ะ”

สิ่งที่ทาทาแนะนำมาข้างต้นนั้นคือ สิ่งที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะงานของเธอเป็นงานที่สร้างความสุขให้กับคนฟัง ฉะนั้น ตัวเธอเองต้องมีความสุขจากข้างใน งานจึงจะออกมามีความสุขและเมื่อมีความสุขก็จะสามารถถ่ายทอดบทเพลงต่างๆออกมาได้ดีแน่นอน

ด้านการทำงาน

"ทาทาพร้อมแล้วทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ" คำยืนยันจากเธอ แม้ว่าในด้านของรายละเอียดนั้นทาทาบอกว่า ไม่อยากให้มองในเรื่องของสุขภาพมากเกินไป เพราะเหมือนไปตอกย้ำให้ย่ำอยู่กับที่ หรือเป็นกำลังใจในทางที่ไม่ดี จึงอยากให้สิ่งที่ไม่ดีผ่านไปแล้วก็ผ่านไป ก้าวต่อด้วยกำลังใจดีๆ ที่ฮึกเหิมในด้านของความสุขทางเสียงเพลงที่เป็นความสุขที่แท้จริงจะดีกว่า

สาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้มีความเป็นนักสู้ที่พลังใจดีเยี่ยม แม้จะเพิ่งฟื้นตัวจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่มีความกระฉับกระเฉงและกระตือรือร้นอย่างมากในการเสนอไอเดียใหม่ๆ ให้กับงาน เธอสามารถถ่ายทอดพลังให้ทีมงานเห็นภาพคอนเสิร์ตได้อย่างน่าทึ่ง ตรงนี้เองที่พิสูจน์ชัดถึงคำพูดของเธอที่บอกว่า การทำงานเพลงคือสิ่งที่เธอรักอย่างแท้จริง

ทาทาพูดถึงการทำงานของเธออย่างมีความสุขว่า การที่เธอมีความกระตือรือร้นในการเสนอไอเดีย นั่นเป็นเพราะว่า เธอคิดเสมอว่าหากไม่เสนอไอเดีย มันก็จะเป็นอย่างที่คนอื่นๆ คิดกัน แต่หากเธอเสนอไอเดียที่เป็นของเธอออกมาเองในทุกรายละเอียด งานก็จะออกมาเป็นเช่นที่เธอคิดและหวังไว้ โดยแสดงออกมาถึงความเป็นตัวตนอย่างแท้จริงที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นอยากให้เธอเป็น หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับเธอต้องแสร้งทำทั้งที่มันไม่ใช่เธอ ฉะนั้น คอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นควรที่จะเป็นตัวของเธอเองให้ได้มากที่สุด ย่อมดีกับทั้งสองฝ่ายคือเธอกับคนดู ที่จะได้สัมผัสได้ถึงความเป็นตัวตนของเธออย่างแท้จริงที่สุด

สำหรับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ทาทาเล่าว่า เธอโชคดีมากที่พี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) และทีมงานเอ-ไทม์ โชว์บิส เปิดโอกาสให้นักร้องเสนอไอเดียและความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ ทำให้เธอรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการทำงาน เมื่อกระบวนการทำงานมีความสุข อีกทั้งเสียงตอบรับกลับมาก็ล้นหลาม ถือเป็นกำลังใจมหาศาลที่ทำให้เธอก้าวมาถึงวันนี้ได้อย่างแท้จริง

"สมัยก่อนกำลังใจสำคัญมาจากคุณพ่อและคุณแม่ เมื่อตอนนี้ท่านทั้งสองไม่อยู่แล้วก็ใช้ครอบครัวเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวคือ พี่สาวและคุณยาย รวมถึงเพื่อนๆ ซึ่งการมีเพื่อนดี ตัวเราเองก็จะดีตาม"

นิยามตนเอง-ความสุข

ทาทานิยามตนเองว่า เป็นคนที่อารมณ์ดี ร่าเริงสดใส ขำๆ เป็นผู้หญิงที่ตลก เธอคิดว่าคุณพ่อคุณแม่มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เธอเป็นคนสดใส อีกทั้งพื้นฐานครอบครัวเป็นครอบครัวอารมณ์ดี อารมณ์ขัน เป็นบ้านที่โชคดีมากที่ไม่ค่อยมีความเครียด

"ข้อเสียของทาทาก็มีอยู่บ้างนั่นคือ ใจร้อน พูดไม่ค่อยคิด ปัญหาจึงเกิดตามมา แต่การันตีว่าตอนนี้เรียบร้อยขึ้นมาก ดีขึ้นมากๆ แล้วเมื่อเทียบกับในอดีต"

ทาทาพูดสมอว่าความสุขของเธอคือการทำงาน ฉะนั้น ความสุขสูงสุดตอนนี้ก็คือการซ้อมและเตรียมพร้อมสำหรับคอนเสิร์ต ทุกเวลาที่มีอยู่ตอนนี้จึงทุ่มให้กับการซ้อม ยิ่งทุ่มให้กับการเตรียมคอนเสิร์ตมากเท่าไหร่ยิ่งมีความสุขและดีใจ ดีใจเหมือนนกได้โบยบินออกจากรังเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตัวเธอเองชอบตั้งเป้าหมายไว้สูงมากๆ ในแต่ละสิ่งที่ทำ เธอจึงออกตัวว่าคอนเสิร์ตนี้ยังต้องเตรียมตัวอีกมาก ขณะนี้ยังไม่ถึงครึ่งทางที่ตั้งเป้าไว้เลยก็ว่าได้ เช่นเดียวกับเรื่องของสุขภาพที่แข็งแรง ก็เป็นอีกหนึ่งนิยามความสุขของเธอ

"ตอนนี้สุขภาพของเราสามารถแข็งแรงได้เสมอและตลอดไป อย่ามัวไปคิดว่าอีกไม่กี่วันเราจะตาย ให้ทำทุกวันให้ดีที่สุด ค่อยๆ ทำไปไม่ต้องรีบมาก ค่อยๆ เก็บเกี่ยวและทุกวันก็จะพบกับความสุข"

ทาทาบอกว่า อาจฟังดูเชยๆ แต่แนวคิดในการดำเนินชีวิตของเธอนั้นเป็นเช่นนั้น นั่นคือ การทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำทุกๆ วันให้มีความสุขที่สุด เพราะในอนาคตไม่สามารถรู้ได้เลยว่า จะเป็นเช่นไรหรืออย่างไร ฉะนั้น ใช้ชีวิตในทุกวันให้คุ้มค่าที่สุด ทำให้รู้สึกได้ว่า เราจะไม่รู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านไป

ทาทาคิดถึงคำว่า nobody’s perfect ถือว่าเป็นคำพูดที่แท้จริงที่สุด คนเรามีสองด้านทั้งที่ perfect และ imperfection หากคิดว่าเราต้อง สมบูรณ์พร้อม ชีวิตคงไม่มีสีสันและรสชาติ ก็คงมีความสุขไม่ได้ เพราะมนุษย์เราย่อมมีวันผิดพลาดหรือล้มบ้าง เพื่อเป็นบทเรียนให้รู้จักที่จะ เรียนรู้ แก้ไข ก้าวข้ามและยืนหยัดอย่างทรงพลังได้

นับจากเซ็นสัญญาเป็นนักร้องอาชีพเมื่ออายุ 14 ปีกับสังกัดจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีผลงานอัลบั้มแรกคือ อมิตาทาทายัง เมื่อปี 2538 ซึ่งสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านชุดภายในเวลา 5 เดือน กระทั่งก้าวสู่อาชีพนักร้องระดับสากล และรวมยอดจำหน่ายอัลบั้มของเธอกว่า 14 ล้านชุด ย่อมมีช่วงที่รู้สึกท้อแท้หรือหมดหวัง

เธอบอกว่า ความรู้สึกท้อแท้มีสาเหตุมาจากเรื่องเดียวคือ สุขภาพ ซึ่งเป็นปราการด่านสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำสิ่งใดก็เหนื่อย จึงคิดเสมอในตอนนี้ว่า “เป็นอะไรก็ได้ แต่ขออย่าป่วย ถ้าป่วยก็จะไม่มีทางออกไปทำมาหากิน ออกไปเที่ยวก็ไม่ได้ กินก็ไม่ได้ ทำไรไม่ได้เลย ความป่วยทำให้ทาทาทุกข์และทรมานมาก

"สิ่งที่บุญอันประเสริฐที่สุดนั่นคือ ขอให้ทุกคนสุขภาพร่างกายแข็งแรง ซึ่งสำคัญมากกว่าการมีทรัพย์สินเงินทอง เพราะถ้าสุขภาพแข็งแรงยังสามารถทำมาหากินได้ ยังทำให้จิตใจอิ่มเอมได้ ความสุขไม่ได้มาจากการที่เราจะต้องร่ำรวยหรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง ทาทาคิดเสมอว่า ความสุขเกิดจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราเก็บเกี่ยวจากรอบข้างได้ เพียงแค่เปิดใจมองรอบๆ ตัวเราว่า ชอบอะไร ถ้าคุณปรับมุมมองชีวิตนี้ได้ชีวิตก็จะพบกับความสุขค่ะ”

นี่คือนิยามแห่งความสุขของสาวน้อยมหัศจรรย์ที่ชื่อ อมิตา ทาทา ยัง