ไทยจี้"ไซเตส" ลาว กัมพูชา ช่วยสกัดขายพะยูงเถื่อน ระบุพบ 6 ปีคดีพุ่งหว่า4พันคดี คิดเป็น 60-70%
นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทส. ได้มอบนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามโดยให้สนธิกำลังกับฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปราบปรามผู้ลักลอบตัดไม้พะยูงให้หมดไป ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อต้องการมาสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันการลัก ลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น - เขาใหญ่ให้ทำงานอย่างเต็มที่
" ในส่วนไม้พะยูงของกลางจะไม่มีการนำไปขาย แต่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหาวิธีบริหารจัดการไม้ของกลางให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด นอกจากนี้จะมีการวิจัย เพาะพันธุ์ต้นพะยูงที่มีกล้าพันธุ์คุณภาพดี ออกมามากๆ พร้อมส่งเสริมให้เอกชนและประชาชนนำไปปลูกในพื้นที่เอกสารสิทธิ์ต่อไป แต่ตรงนี้เป็นเรื่องของอนาคต"นายวิเชษฐ์ กล่าว
ด้าน นายธีรภัทร กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมอุทยานมีมาตรการการปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้พะยูงอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปี (2552- 2557)มีคดีไม้พะยูงสูงถึง 4,018 คดี คิดเป็นปริมาตรไม้สูงถึง 3,239 ลูกบาศก์เมตร รวมมูลค่าไม้ 1,619 ล้านบาท โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวในช่วงนี้ค่อนข้างรุนแรงมากในหลายพื้นที่จากเดิมที่ลักลอบตัดในป่าอีสานตอนล่าง เริ่มขยับมาในเขตป่ามรดกโลกเขาใหญ่ ดงพญาเย็น และป่ารอยต่อ 5 จังหวัดของภาคตะวันออกแล้ว
"เราเริ่มพบความเคลื่อนไหวมากขึ้น เดิมชาวบ้านจะเข้ามาลักลอบตัดตามป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ และขนออกจากพื้นที่ไปขาย แต่ตอนนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบโดยชาวบ้าน นำเอากองกำลังติดอาวุธ และกองกำลังต่างชาติคุ้มกันทั้งของไทย และประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาตัดไม้พะยูงอย่างหนัก ที่สำคัญยังพบการแย่งชิงไม้พะยูงที่ลักลอบขน และจะมีปล้นไม้ของกลางที่แอบลักลอบทำไม้จากกลุ่มผู้ลักลอบด้วยกันเอง รวมทั้งหน่วยงานที่เก็บของกลางตามหน่วยของ ทำให้ต้องเพิ่มาตรการป้องกันไม้พะยูงของกลางอย่างเข้มข้น โดยกรมอุทยานฯมีแผนที่เสนอต่อรัฐบาลหาสถานที่รวบรวมไม้ของกลาง โดยยืนยันว่าจะไม่มีการนำออกไปขายแต่จะใช้ประโยชน์ในทางราชการในอนาคต" รองอธิบดีกรมอุทยาน ระบุ






