อุทยานฯสำรวจพืชไมยราบไร้หนาม เบื้องต้นยันมีน้อย อาจไม่เพียงพอปลิดชีวิตกระทิงยกฝูง 24 ตัว แต่ยังไม่ทิ้งโรคจากสัตว์ สรุปผลปลายม.ค.
จากเหตุพบซากกระทิงตายอย่างต่อเนื่องในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ม.ค.นี้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.นี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการกุญชร ในอุทยานกุยบุรี อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตรวจพบซากลูกกระทิง จำนวน 1 ซาก คาดว่าอายุประมาณ แค่ 3-6 เดือนเท่านั้น และสันนิษฐานว่าลูกกระทิงตัวนี้จะตายมาแล้ว 1- 2 เดือน เพราะเหลือแต่ซากกระดูกกระจัดกระจายสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าน่าจะตายจากสัตว์ผู้ล่า แต่อย่างไรก็ตามมีการประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่แล้ว
"ลูกกระทิงตัวนี้เจอบริเวณหน้าผา จากเขตกันชนระหว่างพื้นที่โครงการกุญชร กับอุทยานกุยบุรี ซึ่งน่าจะตายตามธรรมชาติ ทั้งนี้กรมอุทยานนยังคงสนธิกำลังร่วมกับท้องถิ่นเข้าทำการสำรวจพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งดูว่ายังมีกระทิงตายอีกหรือไม่ รวมทั้งติดตามกระทิงฝูงที่หากินอยู่อีก 90 ตัวทางตอนบนของพื้นที่กุญชร ขณะเดียวกันยังสำรวจพืชอาหารของกระทิง โดยเฉพาะไมยราบไร้หนาม ที่มีรายงานว่าอาจเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้กระทิงฝูงนี้ตายได้ เพราะเป็นแหล่งที่มีสารไนเตรทสะสมตามธรรมชาติในต้นไมยราบไร้หนามอยู่แล้ว แต่เบื้องต้นในพื้นที่ทีมีกระทิงเข้าไปหากินพบว่าปริมาณต้นไมยราบไร้หนามมีน้อย ไม่ได้มากเพียงพอที่จะทำให้กระทิงตายทั้งฝูงได้ โดยภายในวันที่ 30 ม.ค.นี้ กรมอุทยานฯจะสรุปความคืบหน้าว่าได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว เพื่อเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ" นายธีรภัทร กล่าว
นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมอุทยาน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นข่าวดีว่าสำหรับฝูงกระทิงอีกอย่างน้อย 90 ตัว ที่หากินทางด้านทิศเหนือของพื้นที่กุญชรนั้น ไม่ลงมาหากินอาหารบริเวณพื้นที่ที่พบกระทิงตายจำนวนมาก เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคบางชนิดที่ตรวจเจอและมีรายงานผลไปแล้ว คือเชื้อแบคทีเรียคอสติเดียม โนวิอายส์ โรคพยาธิเลือด และอาจจะมีโรคระบาดสัตว์อื่นๆที่ยังต้องรอผลการตรวจสอบจากสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ที่จะตรวจสอบผลซากกระทิงในส่วนที่เหลืออีก 5-6 ซากที่เจอในช่วงหลังๆและอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
"เพราะขณะนี้มีปัจจัยเสี่ยงเรื่องไนเตรท จากต้นพืชบางชนิด และเชื้อโรค และโรคบางชนิดที่มีรายงานเบื้องต้น และยังไม่มีรายงานออกมา เพื่อที่จะมาหาทางป้องกัน เนื่องจากทั้ง 3-4 ประเด็นอย่างน้อยเราก็พออนุมานได้ว่าทำให้กระทิงตายได้ แต่ในส่วนของปศุสัตว์ แต่เรายังไม่ทิ้งโรคระบาดอื่นๆ และจะเข้าไปแกะรอยโรคที่มีรายงานต่อไป" รองอธิบดีกรมอุทยาน ระบุ
นายธีรภัทร กล่าวอีกว่าส่วนกรณีการตรวจสอบหาสาเหตุการตายของกระทิง ที่สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการกินไมยราบที่มีสารไนเตรทปะปนอยู่นั้นได้เข้าไปดูการตรวจหาตัวอย่างพืชอาหารที่เหลือในกระเพาะกระทิงที่ตาย ที่ห้องปฎิบัติการของฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ด้านสัตว์ป่า และคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ ทั้งนี้จะตรวจสอบว่าในเศษอาหารที่ได้จากกะเพาะของซากระทิงว่ามีต้นไมยราบไร้หนามหรือไม่ หรือกินพืชชนิดใดก่อนตาย ทั้งนี้ ต้องนำเทคนิคการตัดเนื้อเยื่อพืช และการย้อมสีเซลล์มาใช้ คาดว่าอย่างน้อยอีกประมาณ 5 วัน จึงรู้ผลเบื้องต้น
นอกจากนี้ยังมีรายงานพบว่าเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบว่ามีกระทิงตายที่เขตอุทยานแห่งชาติบางลาง จ.ยะลา คาดว่าอายุ 10 กว่าปี เป็นกระทิงตัวผู้ และได้ส่งตัวอย่างที่ปศุสัตว์ยะลาแล้ว แต่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าสาเหตุการตายอาจจะถูกเสือหรือสัตว์ผู้ล่าอื่นๆไล่ล่า และวิ่งลงน้ำจนจมน้ำตาย อีกทั้งเมื่อทำการตรวจสอบแล้วไม่มีร่องรอยว่ามาจากการลักลอบล่า เพราะเนื้อ และเขายังอยู่ครบ ทั้งนี้ที่เขตบางลางยังกระทิงฝูงนี้มีประมาณ 30 ตัว









