วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รักปาฏิหาริย์

หากลูกรักคุณมีอาการซุกซนมากผิดปกติ อยู่เฉยไม่ได้ ชอบเรียกร้องความสนใจ ควรตั้งข้อสงสัยว่า ลูกเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่ เพื่อหาวิธีบำบัด

ความซนกับเด็กๆเป็นของคู่กัน แต่ถ้าลูกรักคุณมีอาการซุกซนมากผิดปกติ อยู่เฉยไม่ได้ ชอบเรียกร้องความสนใจ ควรตั้งข้อสงสัยว่า ลูกเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่ เพื่อหาวิธีบำบัดต่อไป เช่นเดียวกับ จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์ คุณแม่น้องเม่น ที่มีประสบการณ์ตรงจากการเลี้ยงลูกสมาธิสั้น

ยอดคุณแม่ เล่าว่า กว่าจะรู้ว่า ลูกชายคนกลาง(น้องเม่น-นิพิฐ ) สมาธิสั้น เมื่อคุณครูที่โรงเรียนอนุบาลแจ้งว่า เม่นซนผิดปกติ จึงเริ่มสังเกตอาการและทำ Check List ตามหนังสือ จึงเริ่มมั่นใจว่า ลูกสมาธิสั้นจึงหาทางรักษาอย่างเป็นเรื่องราว ด้วยการพาเม่นไปพบแพทย์ ปรากฏว่า เม่นเป็นเด็กสมาธิสั้น หรือ Attention Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD) และยังมีอาการของความบกพร่องทางการเรียนรู้( Learning Disabilities : LD) อีกด้วย เช่น การเขียนพยัญชนะกลับด้าน เขียนไม่ตรงบรรทัด หรือมีอาการโมโหง่าย

"อาการเหล่านี้ดูเป็นเรื่องเล็ก น้อย แต่เป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ ควรสังเกต อย่านิ่งนอนใจ เพราะโรคนี้ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ และสมองส่วนที่พัฒนาสมาธิโตไม่เท่าอายุ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ยาที่ดีที่สุดในการรักษาเด็กประเภทนี้ก็คือความรัก"

แพทย์ที่ให้การรักษา แนะนำว่า พ่อแม่ควรต้องคำถามเพื่อให้เขารู้จักคิด ค้นหาตนเอง ทำให้เขาระบายความคิดที่มีอยู่ในจิตใจออกให้เรารู้และเข้าใจเขาได้มากขึ้น แต่ที่สำคัญหมอกำชับว่า เมื่อลูกๆทะเลาะกันห้ามทำโทษลูกต่อหน้าลูกอีกคนหนึ่งเด็ดขาด เพราะจะทำให้เขารู้สึกโกรธ ไม่พอใจอีกฝ่ายทำให้เกิดการแก้แค้นเพื่อเอาคืน วิธีแก้ก็คือให้จับแยกแล้วค่อยเรียกไปคุยในห้องทีละคน จากนั้นก็ใช้วิธีต้องคำถามเพื่อคลี่คลายข้อพิพาท และความขับข้องใจต่างๆของลูก

ไขปัญหาสมาธิสั้น

จากเด็กที่สมาธิสั้น ที่เคยติด 0ในหลายวิชา และผลสอบในแต่ละครั้งติดอันดับท็อป 5 (ข้างท้าย) มาตลอด ทำให้คุณแม่จิตติมา พยายามค้นหาความพิเศษของลูกชายที่ซ่อนเร้นไว้ เหมือนกับในภาพยนตร์เรื่อง ฟอร์เรสต์ กัมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งไปเรียนเทนนิส ว่ายน้ำ เทควันโด หรือแม้แต่จินตคณิต ภาษาอังกฤษ เปียโน แต่ไม่ประสบความสำเร็จจนต้องกุมขมับ อุปสรรคเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คนที่เป็นแม่ท้อถอย หมดหวัง เพื่อลูกแล้ว เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะมีความหวังต่อไป แล้วความหวังกลายเป็นจริงเมื่อ ผลสอบของเม่นช่วงมัธยมปลายได้เกรด 3.5 ติดอันดับท็อป5 (ข้างต้น)เหมือนเป็นปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น ทำให้เม่นรู้จักคุณค่าของคำว่า "โอกาส" หลังจากที่ได้ลงมือทำเต็มที่ ต่อจากนั้นเขาได้รับโอกาสไปเป็นนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนที่นิวซีแลนด์เป็นเวลา 1ปี

ตลอดเวลาที่อยู่นิวซีแลนด์ เม่นมีพัฒนาการด้านคอมพิวเตอร์ ภาษาและคณิตศาสตร์ได้ดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ขณะเดียวกันคุณแม่พยายามค้นหาข้อมูลในการเรียนต่อระดับปริญญาตรีให้กับลูกชาย ตั้งแต่การติว เลือกคณะ เลือกมาหาวิทยาลัย สุดท้ายเม่นใช้เวลาในการเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค 4 ปีครึ่ง ด้วยความเป็นคุณแม่ช่างฝัน จึงพยายามวางแผนให้กับลูก โดยการผลักดันให้ไปเรียนต่อปริญญาโทในต่างประเทศ หลังจากนั้นกลับมาทำงานในประเทศไทย ด้วยการเริ่มต้นจากธุรกิจ QSR (quick service restaurant) หรือการบริการร้านอาหารจานด่วน จากนั้นล่าสุดได้กระโดดไปอยู่สายงานในวงการโฆษณา

อัจฉริยะสร้างได้

คุณแม่จิตติมา บอกว่า จากความมุ่งมั่นในการเลี้ยงดูเม่น (เด็กพิเศษ) จนทุกวันนี้ลูกชาย ได้กลายเป็นชายหนุ่ม ที่สามารถรับผิดชอบหน้าที่การงานของตนเองได้ โดยพ่อแม่ ไม่ต้องเป็นกังวล เหมือนในอดีตอีกต่อไป ทำให้คนที่เป็นพ่อแม่รู้สึกภาคภูมิในในตัวลูกชายคนนี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่อยากจะฝากให้กับผู้ที่ใกล้ชิดเด็กพิเศษกลุ่มนี้ โดยเฉพาะคุณครูคือ คำพูดของท่านเพียงคำเดียว ไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวชม หรือ คำติเตียน ล้วนมีอิทธิพลต่อการพลิกชีวิตของเด็กเหล่านี้จากดำเป็นขาวหรือขาวเป็นดำได้

" ทุกวันนี้เม่นยังจำคำชมของคุณครูบางท่านได้ จนถึงขั้นตั้งใจว่า ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จะใส่ชุดไปอวดคุณครู ที่เอาใจใส่ ชื่นชมในตัวเขาเพราะ สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนกับยาเพิ่มพลังที่ทำให้เด็กเหล่านี้มีภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับโรคนี้ได้อย่างดีเยี่ยม"

ขณะเดียวกัน จิตติมา ยอดคุณแม่ยังฝากข้อคิดสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษว่า ลูกคือ special gift from god ยิ่งลูกมีความพิเศษ มากขนาดไหน คนเป็นพ่อ และแม่ ยิ่งต้อง มีความพิเศษมากว่าหลายเท่า เพราะไม่มีใครจะทนลูกเราได้เท่าตัวเราเอง ที่ต้องทำหน้าที่ประคับประคองลูกให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของแม่ หรือพ่อ คนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกคนในบ้าน หลักการง่ายๆในการขจัดความทุกข์ก็คือ หาสมุทัย นิโรธ และมรรคให้เจอ เพราะนี่คือสัจธรรมในการหลุดพ้นความทุกข์ ขณะที่ในศาสนาคริสต์ ก็มีคำกล่าวว่า พระเจ้าทรงทดสอบความอดทนของเรา แต่จะไม่ทดสอบเกินความสามารถของเรา