เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เตรียมรับเทศกาลปีใหม่ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น BES และ BES i lert u คลิกปั๊บ รับความช่วยเหลือฉุกเฉิน
เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ เตรียมรับเทศกาลปีใหม่ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “BES และ BES i lert u” แจ้งขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ คลิกปั๊บ รับความช่วยเหลือฉุกเฉิน
ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ก็เตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพก็เช่นกัน
หลังจากเปิดศูนย์บริการฉุกเฉินเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ Bangkok Emergency Services (BES) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการรักษาให้รอดพ้นจากวิกฤตที่ส่งผลต่อชีวิตได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐาน
ปีนี้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการด้วย “แอพพลิเคชั่น BES i lert u ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมซอฟต์แวร์ ระบบการแจ้งขอรับความช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ส่งตำแหน่งดาวเทียมผ่านระบบสมาร์ทโฟน เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการบริการฉุกเฉิน
นายแพทย์ชาตรี ดวงเนตร กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-การแพทย์ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และประธานคณะผู้บริหารศูนย์การแพทย์กรุงเทพ กล่าวว่า ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ศูนย์บริการฉุกเฉินเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ Bangkok Emergency Services (BES) ให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินผ่านการประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลในเครือข่ายบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ประกอบด้วยโรงพยาบาลกรุงเทพ สมิติเวช บีเอ็นเอช พญาไท และเปาโลเมโมเรียล โดยเริ่มนำร่องกับโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 13 แห่ง ได้เเก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง สมุทรปราการ, โรงพยาบาลบีเอ็นเอช, โรงพยาบาลสมิติเวช สาขาสุขุมวิท, ศรีนครินทร์ และธนบุรี, โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน, โชคชัย 4, นวมินทร์ และสมุทรปราการ, โรงพยาบาลพญาไท 1, โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลพญาไท 3
พร้อมให้บริการในเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรีและสมุทรปราการ และเตรียมกระจายสู่ทุกภูมิภาคในประเทศไทยตามลำดับ ซึ่งเราได้จัดตั้งเป็นศูนย์สั่งการฉุกเฉินเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ BES Dispatch โทร 1724 รับเเจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง นำระบบ Anywhere to ER ของ Anywhere to Go Co., Ltd. มาพัฒนาเป็นระบบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถทำการเชื่อมโยงเครือข่ายของทุกโรงพยาบาลไว้เป็นหนึ่งเดียว ทำให้สามารถรวมศูนย์บริการแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินไว้หมายเลขโทรศัพท์เดียวกันทุกโรงพยาบาลทุกสาขา ทั้งยังสามารถบริหารจัดการแบบศูนย์รวม บริหารข้อมูลคนไข้ การสั่งการและบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกัน เชื่อมโยงกับระบบคอลล์เซนเตอร์สามารถทำให้การรับโทรศัพท์แล้วสามารถเห็นข้อมูลคนไข้
อย่างไรก็ดี นายแพทย์ชาตรี ชี้ว่า ระบบ Anywhere to ER รองรับการรับแจ้งขอความช่วยเหลือจากระบบโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งระบบสามารถนำหมายเลขโทรศัพท์มาค้นหาข้อมูลตำแหน่งบ้านของคนไข้ได้ทันที แต่บ่อยครั้งที่เหตุไม่ได้เกิดขึ้นในบ้าน แต่เกิดขึ้นนอกบ้าน บนถนน และต้องอธิบายสถานที่เกิดเหตุซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประสบภัยมักจะตื่นเต้นตกใจจนขาดสติ ทำให้การอธิบายต้องใช้เวลามาก ทำให้การสั่งการล่าช้า
ทางรพ. จึงจัดรณรงค์ให้คนไข้หรือผู้ใช้บริการของโรงพยาบาลลงทะเบียนพิกัด GPS ผ่านแอพลิเคชั่น BES i lert u ของ Anywhere to Go Co., Ltd. ฟังก์ชั่นของสมาร์ทโฟน เพื่อส่งพิกัดที่อยู่ ณ ปัจจุบันขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน ช่วยให้ศูนย์สั่งการฉุกเฉินเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ BES Dispatch ส่งพิกัดไปยังรถพยาบาลฉุกเฉิน BES ให้สามารถค้นหาตำแหน่งของผู้ป่วยได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ทำให้การช่วยชีวิตเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
ผลการดำเนินการที่ผ่านมามีผู้รับบริการจำนวน 1,735 ราย ช่วงเดือนแรกที่เปิดใช้บริการคือ 28 ราย แต่ปัจจุบัน จากสถิติข้อมูล3เดือนสุดท้ายของปี กันยายน 165 ราย ตุลาคม 201 รายและ พฤศจิกายน 245 ราย โดยมีสถิติผู้รับบริการสูงขึ้นตามลำดับอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถิติยอดการลงทะเบียนพิกัดบ้านผู้ป่วย(GPS) เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกรวดเร็วในการบริการจึงมีความจำเป็นต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้า หากเกิดกรณีฉุกเฉินจะแสดงตำแหน่งบ้านไปทันทีโดยไม่ต้องสอบถามเส้นทาง ปัจจุบันมีลงทะเบียนแล้ว 105,056 ราย (ข้อมูลรวม13 รพ.)
นายแพทย์อัญฤทธิ์ แสงจรัสวิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ฉุกเฉินเครือข่าย โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า การนำระบบ i lert u มาพัฒนาเป็นแอพลิเคชั่น BES I lert u เพื่อสร้างประโยชน์กับคนไข้และโรงพยาบาล เพราะเมื่อคนไข้เกิดเหตุฉุกเฉิน ก็สามารถกด lert มายังระบบ anywhere to ER หรือ ระบบ BES ระบบจะแสดงตำแหน่งพิกัด GPS ที่แม่นยำ และแสดงผลข้อมูลคนไข้ ประวัติการรักษาขึ้นมาทันที พร้อมทั้งคำนวณให้ทันทีว่า โรงพยาบาลใดในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพที่ใกล้ที่สุด และรถพยาบาลคันใดที่เหมาะสมกับอาการของคนไข้
จากนั้นศูนย์ BES Dispatch จะทำการโทรกลับไปเพื่อยืนยันการขอแจ้งความช่วยเหลือ และสั่งการทันที หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์ BES จึงทำการสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลการเจ็บป่วยของคนไข้ลงในระบบ เพื่อเตรียมส่งให้แพทย์และพยาบาลในรถ ระบบจะแสดงรายชื่อแพทย์ พยาบาล คนขับรถที่อยู่ในตารางเวลาที่ว่างและเหมาะสมขึ้นมาในทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เป็นคนตัดสินใจเลือกอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งตำแหน่งจุดรับคนไข้ไปยัง Navigator ที่ติดตั้งไว้ที่หน้ารถพยาบาลทันที ทำให้ลดเวลาในการอธิบายทางให้คนขับรถ
นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) ให้ข้อมูลว่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ซึ่งผลิตในประเทศไทยปี 2555/2556 โดยการสำรวจของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า (SIPA) ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) ชี้ว่า มีการเติบโตในภาวะดี มีมูลค่าการผลิต 39,096 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 22.2 แบ่งเป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ซึ่งมีมูลค่าการผลิตประมาณ 7,962 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 35.5 และบริการซอฟต์แวร์ ที่มีมูลค่าการผลิตราว 31,134 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 19.3
ขณะที่ภาพรวมของตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในปี 2557 นั้น คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 44,026 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณร้อยละ 12.6 ส่วนตลาดซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว (Embedded system software) ในปี 2557 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5,864 ล้านบาท หรือมีอัตราเติบโตประมาณร้อยละ 20
“ซอฟท์แวร์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันแทบทุกด้าน ทั้งการศึกษา ธุรกิจ คุณภาพชีวิต รวมถึงความปลอดภัย สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ กำหนดเป้าหมายให้ซอฟต์แวร์ที่คิดค้น และพัฒนาโดยคนไทยได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในคนไทยด้วยกัน ซึ่งระบบซอฟต์แวร์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน “i lert u” ก็เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ”
กิตตินันท์ อนุพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท anywhere to go ผู้พัฒนา ระบบ Emergency Management System ที่สามารถให้บริการแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทำที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน ระบบ anywhere to claim สำหรับบริษัทประกันภัย หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า “มาเร็ว เคลมเร็ว” และระบบ anywhere to er สำหรับโรงพยาบาล รวมทั้ง application ที่ชื่อว่า “i lert u”
i lert u เป็น 1st Thailand Mobile SOS ที่บริษัทสร้างขึ้นเพื่อถวายในหลวงในวาระครบรอบ 84 พรรษา โดยมี SIPA เป็นผู้ให้การสนับสนุนการพัฒนาจนสามารถใช้งานได้จริงเพื่อช่วยชีวิตประชาชนในสังคม ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพได้เห็นความสำคัญของระบบ anywhere to ER / I Lert u นำมาใช้จัดการระบบการรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินภายในโรงพยาบาล และได้พัฒนาต่อมาเป็นแอพพลิเคชั่น BES I lert u สำหรับผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการโรงพยาบาล
โดยนำร่องให้บริการกับผู้ป่วยของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งครอบคุลมการให้บริการหลายโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อให้ลูกค้าสามารถกด lert ส่งข้อความ ภาพและตำแหน่งGPS มายังศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินได้รวดเร็วให้ช่วยเหลือได้ทันเวลา
เราจึงนำ i lert u ออกมาช่วยเหลือสังคมให้ประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติ สามารถกด lert ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน มายัง ศูนย์สั่งการบริการฉุกเฉินเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ BES Dispatch ซึ่งที่ผ่านมามีผู้โหลดใช้แล้วกว่า 50,000 ราย และคาดว่า จะมียอดดาวโหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากการช่วยร่วม Promote จาก AIS และ การบินไทย ในปี 2557 นี้ และอยู่ในช่วงใกล้เทศกาลซึ่งต้องรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญกับภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
แอพพลิเคชั่น BES i lert u
ภายในแอพพลิเคชั่น BES i lert u ประกอบไปด้วย การลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคลเบื้องต้นของผู้โหลด อาทิ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ระบุพิกัด GPS ของบ้านหรือสถานที่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน และมี 5 เมนูหลัก สำหรับเลือกใช้บริการ คือ
- Call to BES : ระบบจะโทรออกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มายังเบอร์โทร 1724 ศูนย์สั่งการฉุกเฉินเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ BES Dispatch เพื่อดำเนินการสอบถามข้อมูลรายละเอียดต่างๆ
- First Aid : ให้คำแนะนำเป็นคู่มือปฐมพยาบาลการช่วยชีวิตเบื้องต้น ในกรณีฉุกเฉินของเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ หมดสติ สำลักสิ่งแปลกปลอมอุดทางเดินหายใจ หอบหืดกำเริบ เจ็บแน่นหน้าอก แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก บาดแผลมีเลือดออก ฯลฯ
- Video Instruction : แสดงวิดีโอแนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาทิ การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) อาหารติดคอ
- Webpage BES : link ข้อมูลแนะนำการบริการของ BES
- lert : Emergency Lert แจ้งเหตุฉุกเฉิน คลิกเมนูนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤต เจ้าหน้าที่ BES จะโทรกลับภายใน 30 วินาที เพื่อสอบถามและให้บริการฉุกเฉิน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลกรุงเทพ
ปานฤทัย คงยิ้มละมัย (ปิงปอง) 088-654-5099 เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลกรุงเทพ
โดย บริษัท แมสคอท คอมมิวนิเคชั่น จำกัด 02-732-6069-70
อำไพพรรณ นภาสกุลคู (โอ่ง) 086-351-7729 / พิมวิชา อาตมประสังสา (ฟูก) 084-079-0962






