นักวิทยาศาสตร์ไทยเจ๋ง!วิจัยขั้วโลกใต้

นักวิทยาศาสตร์ไทยเจ๋ง!วิจัยขั้วโลกใต้

สวทช. จับมือคณะวิทย์ จุฬาฯ ส่งนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ ไทยเข้าร่วมวิจัยขั้วโลกใต้ สนองพระราชดำริ

ที่ลานหน้า จัตุรัสวิทยาศาสตร์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)อาคารจามจุรีสแควร์สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)ร่วมกับ อพวช. ,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,บริษัทฯในกลุ่มเครื่องดื่มกระทิงแดง และบริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด จัดแถลงข่าวเปิดตัว "โครงการวิจัยขั้วโลกตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี " โดยมีนายไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช.และรองประธานคณะกรรมการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่าสมเเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่เดินทางไปยังทวีปแอนตาร์กติกในปี พ.ศ.2532 โดยเสด็จฯเยือน และทรงประทับ ณ สกอตต์เบส ซึ่งเป็นสถานีวิจัยของประเทศนิวซีแลนด์ และได้ทรงเยี่ยมสถานีของประเทศสหรัฐอเมริกาทรงทอดพระเนตรการศึกษาวิจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์นิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกาภายในสถานีวิจัยทั้งสอง และพื้นที่ใกล้เคียง

"สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริ พระราชประสงค์ให้ประเทศไทยเข้าสู่งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ในระดับสากล ควรมีโครงการสนับสนุนให้นักวิจัยไทยได้เดินทางไปทำงานวิจัยที่ขั้วโลก เพื่อประโยชน์ในด้านวิชาการ การสร้างองค์ความรู้ และทรงมีพระราชดำริ ให้ร่วมมือกับประเทศจีน โดยได้ทรงโปรดเกล้าฯให้สวทช.สนองพระราชดำริในโครงการดังกล่าว มีพิธีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสวทช.และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการวิจัยขั้วโลก สังกัดสำนักงานบริหารกิจการทางทะเลของจีน ทำให้มีกิจกรรมส่งนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ของไทยไปเข้าร่วมสำรวจและวิจัยขั้วโลกใต้ โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ทางสวทช.ได้คัดเลือกนักวิทยาศาสตร์อีก 2 คนเข้าไปร่วม"นายไพรัช กล่าว

นายสุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า งานวิจัยขั้วโลก เป็นงานวิจัยระดับสากลที่หลายคนอาจมองว่าเป็นงานวิจัยขึ้นหิ้ง แต่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ไม่สามารถปฎิเสธไม่ทำงานวิจัยขึ้นหิ้งเหล่านี้ได้ เพราะเป็นงานวิจัยระดับสากล ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย นักวิทยาศาสตร์ไทย ฉะนั้น บทบาทของคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ จึงต้องทำงานวิจัยขึ้นหิ้ง และงานวิจัยขึ้นห้าง เพื่อให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล และตอบสนองความต้องการของคนในชุมชน อย่างไรก็ตาม การเดินทางสู่ขั้วโลกใต้ ครั้งนี้ 3 นี้ นักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ก็ยังคงได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทน ได้แก่ รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ และผศ.ดร.อรฤทัย ภิญญาคง นับเป็นการตอกย้ำการเป็นเสาหลักด้านวิทยาศาสตร์ของแผ่นดินตามปณิธานมหาวิทยาลัย และยังเป็นก้าวสำคัญของคณะวิทยาศาสตร์ในการสร้างเครือข่ายงานวิจัยในต่างประเทศ

นายสุชนา ชวนิชย์ อาจารย์จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ ผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในครั้งที่ 2 และครั้งที่3 กล่าวว่า การเดินทางในครั้งนี้ กำหนดออกเดินทางประมาณวันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นระยะเวลารวม 45 วัน โดยตนได้เตรียมวางแผนศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสัตว์ทะเลบริเวณชายฝั่งทะเล ทวีปแอนตาร์กติก ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่จากการเก็บตัวอย่างเมื่อปี 2547/2548 และปี 2552/2553 และได้วางแผนที่จะดำน้ำลึก อุณหภูมิใต้น้ำที่สูงสุดอยู่ที่ต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียล โดยใช้ชุดดำน้ำแบบแห้ง เพื่อสังเกตุพฤติกรรมพร้อมเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิต กำหนดเก็บตัวอย่างดินและดินตะกอนในทะเลด้วย อย่างไรก็ตาม งการเดินทางไปครั้งนี้ หวังว่าจะทำให้คนไทยโดยเฉพาะเยาวชนให้ความสนในในทวีปแอนตาร์กติกมากขึ้น

นอกจากนั้น ในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ "Polar Harmony" ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมภาพสมุทรศาสตร์ทางทะเล ณ ดินแดนขั้วโลกใต้ ที่ได้ข้อมูลจากนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ไทยที่ได้เดินทางไปดินแดนขั้วโลกใต้ ผ่านรูปภาพที่สวยงามและหาชมได้ยาก ประกอบกับเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ชวนติดตาม เพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของการสำรวจและวิจัยในพื้นที่แถบทวีปแอนตาร์กติก ดินแดนลึกลับที่ยังซ่อนข้อมูลที่มีความสำคัญทางวิทยาศาสตร์ มีผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์บนโลกนี้