วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปอดบวม' สองวัยต้องกังวล

เริ่มจากอาการมีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูกใสๆและไอ คุณตาวัยใกล้ 70 คิดว่าเป็นไข้หวัดจากสภาพอากาศที่กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว จึงซื้อยาลดไข้ และยาแก้ไอมากิน

เริ่มจากอาการมีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูกใสๆและไอ คุณตาวัยใกล้ 70 คิดว่าเป็นไข้หวัดจากสภาพอากาศที่กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว จึงซื้อยาลดไข้ และยาแก้ไอมากิน ถัดมาอีก 5 วันไข้ขึ้นสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส อาการไอรุนแรงขึ้น มีเสมหะสีสนิมเจือปน หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก ลูกหลานจึงบังคับพาไปหาหมอ ซึ่งวินิจฉัยว่าเป็นปอดบวม ไม่ใช่ไข้หวัดตามฤดูกาลอย่างที่เข้าใจ

ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้ข้อมูลว่า โรคปอดบวมนี้ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่เสี่ยงเสียชีวิต เนื่องจากอาการของโรคที่ไม่แสดงชัดเจน บางคนมีเพียงอาการเจ็บคอรุนแรงเหมือนคนเป็นไข้หวัดทั่วไป ประกอบกับผู้ป่วยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมซื้อหายามากินเอง ละเลยการไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยจนกระทั่งมีอาการหนัก

โรคปอดบวมเป็นเสมือนภัยเงียบที่คนส่วนใหญ่ไม่ทันได้ตระหนักและระวังตัว เนื่องจากอาการระยะเริ่มต้นมีความคล้ายคลึงกับการเป็นไข้หวัด ทั้งยังมีความสัมพันธ์อย่างมากกับโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งพบมากในช่วงฤดูฝนที่อากาศชื้น และช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็น

ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อนิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ก่อโรคปอดบวม หรือหากเชื้อมีความรุนแรงมากอาจลุกลามไปสู่โรคอื่นๆ เช่น เยื่อหุ้ม สมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสโลหิตและหูชั้นกลางอักเสบ ขณะที่ผู้สูงอายุที่เป็นไข้หวัดใหญ่ก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจเข้าทำลายเยื่อบุของหลอดลมหรือปอด เป็นเหตุให้เชื้อนิวโมคอคคัสที่อาศัยอยู่ในบริเวณคอหอย และเยื่อบุโพรงจมูกฉวยโอกาสหลุดรอดลงไปในหลอดลมและปอด จนเกิดการติดเชื้อรุนแรงในปอด ทำให้ปอดบวมและระบบหายใจล้มเหลว

จากสถิติทางการแพทย์พบความเป็นไปได้ที่ครอบครัวที่อยู่อาศัยร่วมกันทั้งเด็กเล็กวัย 2-3 ขวบ และผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป อาจจะแพร่เชื้อโรคระหว่างกันได้เมื่อเด็กเล็กจามหรือไอ เชื้อโรคจะปะปนออกมากับละอองเสมหะไปยังคนรอบข้าง ซึ่งรวมถึงพ่อแม่และผู้สูงอายุ เพียงแต่พ่อแม่มีร่างกายเข็งแรง เชื้อโรคจึงไม่เป็นอันตราย ขณะที่ผู้สูงอายุมีภูมิคุ้มกันต่ำจึงไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคดังกล่าว

แม้ว่าการติดเชื้อสามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ แต่ปัจจุบันพบว่าการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างแพร่หลายส่งผลให้เชื้อนิวโมคอคคัส มีการดื้อยาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การรักษาด้วยยาอาจไม่ประสบความสำเร็จและมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยได้ส่งเสริมให้มีการเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส ให้กับกลุ่มเสี่ยงทั้ง 2 วัยโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม วัคซีนนิวโมคอคคัสยังจัดเป็นวัคซีนทางเลือก ซึ่งผู้บริโภคควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่า และอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

*****************

ทำความรู้จัก'นิวโมคอคคัส'

เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสเป็นเชื้อก่อโรคที่มีความสำคัญ เพราะสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง อาทิ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระเสเลือด หรือที่เรียกว่าโรคไอดีพี (Invasive Pneumococcal Disease) เชื้อนี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนผ่านระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอ จามและการสัมผัสกับละอองเสมหะของผู้ป่วย

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อเข้าไป หากเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เชื้อดังกล่าวก็จะไม่สามารถทำอันตรายใดๆ แต่ยามใดที่ร่างกายอ่อนแอ อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรืออาจลุกลามไปสู่โรคปอดบวมและโรคอื่นๆ อาทิ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต และหูชั้นกลางอักเสบ

อัตราความชุกของโรคพบมากในเด็กวัยต่ำกว่า 5 ปีและผู้ใหญ่วัย 50 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรค หัวใจ โรคตับแข็ง หอบหืดเรื้อรัง ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำหรือผู้ป่วยซึ่งมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากทั้งสองวัยมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าวัยหนุ่มสาว