โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก

โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก

จะทำอย่างไรเมื่อลูกตัวน้อยของคุณเจ็บป่วย แต่ไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยนั้นได้ บางครั้งอาจทำได้แต่ร้องไห้งอแง

จะทำอย่างไรเมื่อลูกตัวน้อยของคุณเจ็บป่วย แต่ไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยนั้นได้ บางครั้งอาจทำได้แต่ร้องไห้งอแง พ่อแม่จึงไม่ทราบว่าลูกเป็นอะไร หรืออาจมีอาการเจ็บป่วยของโรคที่พ่อแม่ไม่เคยรู้จักมาก่อน อย่าง “โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก” และในบางรายที่ลูกน้อยต้องทนทรมานและมีอาการข้ออักเสบมากขึ้นจนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้

โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก หรือ Juvenile Iidiopathic arthritis (JIA) เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง (Autoimmune Disease) หรือที่เรียกว่า ภูมิแพ้ตัวเอง หรือ แพ้ภูมิตัวเอง เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันหันกลับมาทำร้ายข้อตัวเอง ซึ่งทางการแพทย์ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าเกิดจากอะไร สามารถเกิดได้กับข้อทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อมือ ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อสะโพก กระดูกต้นคอ และบริเวณขากรรไกร เป็นต้น

พญ.โสมรัชช์ วิไลยุค หน่วยโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันและโรคข้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำวิธีสังเกตอาการผิดปกติในลูกน้อยว่า อาการมักจะเกิดในตอนเช้า หรือที่เรียกว่า ‘ภาวะ Morning Stiffness’ หรือในช่วงที่อากาศเย็นๆ

อาการที่สังเกตพบคือ ข้อตึงแข็งทำให้ขยับหรือลุกลำบาก หรือการเดินกะเผลกรวมไปถึงการสังเกตอาการเจ็บปวดต่างๆ จากสีหน้าท่าทางของลูก เช่น เจ็บมือหากโดนจับหรือจูงมือ เจ็บขา หรือข้อเท้าเวลาเดิน ฯลฯ

นอกจากนั้นยังมีอาการแสดงที่สำคัญ คือ เป็นไข้สูงวันละครั้ง อาจจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ได้ หากเป็นช่วงเย็นมักจะเป็นช่วงเย็นของเวลาเดียวกัน และในช่วงไข้สูงเด็กจะมีอาการซึม แต่พอไข้ลดลงเด็กจะรู้สึกสบายดี ซึ่งต่างจากการติดเชื้อทั่วไป ที่เด็กมักจะไข้สูงตลอดทั้งวัน นอกจากข้ออักเสบแล้วยังอาจจจะมีอาการของผื่นเม็ดแดงๆ เล็กๆ ขึ้นเวลาที่มีไข้ขึ้น และเมื่อไข้ลงผื่นก็จะหายไปอีกด้วย

โรคนี้อาจจะยากในการวินิฉัย แต่หากคุณพ่อคุณแม่ช่วยสังเกตและอธิบายอาการของลูกได้ ก็จะสามารถช่วยให้แพทย์วินิฉัยได้ตรงจุดยิ่งขึ้น โดยเคล็ดลับง่ายๆ ในการสังเกตอาการข้ออักเสบของลูกน้อย คือ ลองเปรียบเทียบระหว่างข้อข้างซ้ายและข้อข้างขวา หรือเปรียบเทียบกับพี่น้องหรือเพื่อนๆ หากมีอาการข้ออักเสบ จะสังเกตได้ถึงข้อที่บวม นูน แดง หรือจับไปบริเวณข้อที่อักเสบจะรู้สึกร้อนๆ

วิธีสังเกตอีกอย่างหนึ่งให้สังเกตจากบริเวณที่เป็น อาทิ หากเป็นข้ออักเสบบริเวณที่ข้อเข่าให้สังเกตว่าข้อเข่าจะมีรอยบุ๋มเหมือนลักยิ้ม หากรอยบุ๋มหายไปแสดงว่าข้ออาจจะเริ่มบวมหรือมีน้ำในข้อได้ หากเป็นที่ข้อเท้าให้สังเกตขณะเด็กนอนคว่ำเท้า ข้อจะอูมขึ้นมา และหากเป็นที่นิ้วมือให้สังเกตว่าลูกจะไม่สามารถจับดินสอเขียนหนังสือได้ หรือจะหยิบจับอะไรได้ลำบาก เป็นต้น

ผศ.มลรัชฐา ภาณุวรรณากร ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อช่วยฟื้นฟูลูกน้อยว่า นอกจากการใช้ยาในการรักษาโรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็กแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังจำเป็นต้องคอยช่วยเหลือฟื้นฟูลูกน้อยทางกายภาพอีกด้วย

สำหรับวิธีการปฏิบัตินั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกออกกำลังกายเบาๆ ที่เหมาะสมและเน้นที่การบริหารข้อต่างๆ ของร่างกาย เช่น การวิ่งช้าๆ การเดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น หรือการบริหารข้อ เพื่อไม่ให้เกิดอาการข้อติด เช่น หากจะบริหารข้อเข่า ก็อาจทำท่าหมุนหัวเข่า

หากจะบริหารนิ้วมือ บริหารด้วยการกำมือแบบหลวมๆ หรือฝึกบีบลูกบอล หากจะบริหารข้อเท้า อาจจะบริหารด้วยการยืนเขย่ง หรือการกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงกีฬาประเภทที่มีการกระแทกหรือการต่อสู้ เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล หรือ เทควันโด จะทำให้ข้อเกิดการอักเสบมากขึ้นได้

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการของลูกน้อย และพามาปรึกษาแพทย์ทันทีที่พบความผิดปกติ ก็จะช่วยให้อาการข้ออักเสบไม่ลุกลาม และการรักษาก็สามารถทำได้โดยง่าย เพื่อให้ลูกน้อยไม่ต้องทนทรมานกับโรคร้ายเช่นนี้ และสามารถเติบโตได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป