วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สูงวัย'อนาคตเปี่ยมสุข

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น มักเกิดความเจ็บป่วยทางกายหลายประการ ไม่เพียงส่งผลถึงสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ด้านจิตใจเองก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น มักเกิดความเจ็บป่วยทางกายหลายประการ เช่น ปัญหาความจำ ไขข้อและกระดูก ความสามารถในการมองเห็น การได้ยิน การกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน ฯลฯ ซึ่งไม่เพียงส่งผลถึงสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ด้านจิตใจเองก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

ความเจ็บป่วยทางด้านจิตใจ มักเป็นผลมาจากความเจ็บป่วยทางกาย เพราะคนไข้มีความรู้สึกไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัย ทั้งปัญหาด้านการเงิน การใช้ชีวิต เพราะสังคมปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะไม่จ้างคนอายุ 45 ปีขึ้นไปเข้าทำงาน อีกทั้งไม่มีหน่วยงานใดให้ความสำคัญกับการจ้างงานผู้สูงอายุ ด้วยเพราะความเชื่องช้า ไม่คล่องแคล่ว เหมาะจะอยู่กับบ้านมากกว่าที่จะออกไปทำงาน

“ทุกวันนี้มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ โดยถูกมองว่าเป็นภาระของครอบครัวและสังคม เมื่อต้องพบกับการสูญเสียเพื่อนวัยเดียวกัน และความยากลำบากในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ยิ่งทำให้ผู้สูงอายุทั้งหลายเกิดความวิตกกังวล ผิดหวัง ท้อแท้ใจ เบื่อหน่ายจนกลายเป็นโรควิตกกังวลหรือโรคซึมเศร้าได้” พญ.ภัทรวรรณ ขันธ์แก้ว จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลมนารมย์กล่าว

ทุกคนควรตระหนักว่าปัญหาของผู้สูงอายุก็เป็นปัญหาของตนเอง เพราะมนุษย์ทุกคนต่างต้องชราไปตามธรรมชาติ และควรช่วยกันดูแลเอาใจใส่รวมถึงผลักดันให้เกิดอาชีพหรือกิจกรรมที่คนสูงอายุก็สามารถทำได้ เพื่อให้ท่านรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าไม่ต่างจากวัยอื่นๆ

สำหรับครอบครัวที่ยังมีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ลูกหลานควรให้การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว หากมีปัญหาสุขภาพควรดูแลให้การรักษาแต่เนิ่นๆ มีการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวเพื่อสร้างเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจควบคู่กัน ขณะเดียวกันสังคมควรมองผู้สูงอายุด้วยความเมตตาและให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

พญ.ภัทรวรรณ ยังกล่าวอีกว่า การรับมือกับวัยทองที่ดี คนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวก็ต้องฝึกวางแผนการใช้ชีวิต เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีความสุขในอนาคต โดยเริ่มจากการวางแผนทางการเงิน เรื่องที่อยู่อาศัย งานอดิเรกที่ชอบและสามารถทำได้เมื่อเวลานั้นมาถึง รวมถึงการควบคุมอารมณ์ให้มั่นคง มีความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลสมวัย รู้จักหาความสุขและความสนุกสนานจากสิ่งรอบตัว ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น

“หากวางแผนที่จะเป็นผู้สูงวัยไว้แต่เนิ่นๆ อนาคตสังคมสูงวัยของไทยจะมีแต่คนแก่ที่มีสุขภาพจิตดี รวมถึงสังคมปัจจุบันก็จะได้สมองของชาติที่มองโลกแง่ดีไปด้วย ซึ่งเมื่อวางแผนสำหรับตนเองเสร็จแล้ว ก็ควรเผื่อแผ่ให้คนอื่นๆ ไปด้วย เช่น เพื่อนรุ่นเดียวกัน รุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อผู้สูงอายุเสียใหม่ แทนที่จะมองว่าเป็นภาระครอบครัวและสังคม แล้วหันมาให้ความเห็นอกเห็นใจและทำกิจกรรมที่สนุกสนาน เป็นประโยชน์ร่วมกัน” จิตแพทย์แนะนำ

สำหรับผู้ที่ก้าวเข้าสู่วัยเกษียณโดยไม่ได้เตรียมตัวหรือวางแผนใดๆ รับมือมาก่อน ก็สามารถมีความสุขได้เช่นกัน ด้วยการปรับความคิด เลือกที่จะยอมรับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในเวลาปัจจุบัน ค้นหาเพื่อนใหม่ๆ เพื่อทดแทนเพื่อนเก่าที่จากไปแล้ว รู้จักยืดหยุ่นและปรับตัวตามยุคสมัย

ลดการบ่น หรือการตำหนิติเตียนลูกหลาน แต่งกายให้สะอาดดูดี สวยหล่อสมวัย ร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ รักษาอารมณ์ให้สดชื่นอยู่เสมอ และอย่ากังวลเรื่องความตาย

"วัยสูงอายุเป็นวัยทองของชีวิต จงพอใจกับสภาพชีวิตปัจจุบัน แม้จะลำบากทางกายอย่างไรแต่ก็ต้องทำใจให้เป็นสุข ส่วนโรคภัยไข้เจ็บทางกาย หากรักษาได้ต้องไปรักษาต่อเนื่องเช่นเดียวกันกับการรักษาทางจิตใจและอารมณ์ต้องทำควบคู่กันไป สุขภาพจึงจะดีแบบองค์รวม” คำแนะนำจากคุณหมอ