ประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางข้ามแดน มาจับจ่ายซื้อหาสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภคกันอย่างคึกคัก บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ
นางยวน สะเรือน อายุ 54 ปี ชาวเมืองอัลลองเวง ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า สำหรับการตัดสินของศาลโลกนั้น สำหรับชาวบ้านในพื้นที่เห็นว่าให้ผู้มีหน้าที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ เรื่องของชาติบ้านเมือง ในฐานะประชาชนยังมีความยากจนอยู่มาก จำเป็นต้องทำมาหากิน เพื่อปากท้องของครอบครัว โดยส่วนตัวไม่ต้องการให้เกิดภาวะสงคราม อยากให้ทั้ง 2 ประเทศ มีความปรองดองมีสมัครสมานสามัคคีกัน
"ต้องการให้ประชาชนไปมาหาสู่ ทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ให้สันติสุข ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งของทั้งสองชาติ ชนชาติเขมรต้องพบเจอสงครามมาตลอดชีวิต ไม่อยากให้เกิดสงคราม จึงวิงวอนไปยังผู้มีส่วนเกี่ยว เร่งเจรจาหาข้อยุติปัญหาทั้งหมด"นางยวน กล่าว
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวช่องสะงำ กล่าวว่า ผู้ประกอบการทราบสถานการณ์ล่วงหน้ามานานแล้ว ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันมาตลอด เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ความเป็นไปได้ฐานะผู้ประกอบการมองว่าไม่น่าจะมีการตัดสินให้เลวร้าย เพราะว่าพ่อค้าแม่ค้าซื้อขายกันอยู่ ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็มีการสั่งซื้อหาสินค้ากันอยู่ เชื่อไม่มีผลกระเทือนสำหรับผู้ประกอบการใหญ่ สำหรับประชาชนประเทศกัมพูชา ที่ต้องประสบปัญหาภัยสงครามมาตลอด จึงทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อสถานการณ์
"ส่วนผู้ประกอบการได้พูดคุยกันว่าหากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ผู้ค้าก็คงไปมาหาสู่กัน และทำการค้าเหมือนเดิม ด่านช่องสะงำเป็นด่านถาวร จึงต้องการให้เป็นเส้นทางการเจรจาการค้า การขายซึ่งกันและกัน ให้มีการไปมาหาสู่กันตลอด ฝากให้ประชาชนทั้งสองประเทศ ไม่ต้องวิตกกังวล ข่าวที่ออกมาเป็นการเตรียมทำความเข้าใจ แต่หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงก็หาทางพูดคุยกันเจรจากัน"นายหัตถชัย กล่าว






