วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ว่าฯประจวบยันใช้สันติวิธี ไม่มีสลายม็อบ

ผู้ว่าฯประจวบยืนยันใช้สันติวิธี ไม่มีการใช้กำลังสลายม็อบชาวสวนยางพารา

นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ ที่ปักหลักชุมนุมกันที่บริเวณ ถนนเพชรเกษม ช่วง กม. 413-414โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านศรีนคร ม.7 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 4 แล้ว และยังคงมีการปิดการจราจร โดยประชาชนต้องใช้เส้นทางสำรองในการสัญจร ว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่การเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือกระแสข่าวที่แพร่สะพัดกระจายออกไปว่าจะมีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งย้ำว่าไม่มีนโยบายในการสลายชุมนุมอย่างแน่นอน เพราะหากมีการสลายการชุมนุม จะมีผลกระทบหลายอย่างตามมา และไม่ใช่ทางออกที่ดี

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการเตรียมการในการรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากไม่อยากให้มีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น มีการใช้กำลังในส่วนของการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รักษาเส้นทางสำรอง รวมทั้งตรวจตรา ดูแลการเข้า-ออกของผู้ชุมนุม ไม่ให้มีสิ่งผิดกฎหมายเข้าไปในที่ชุมนุม ซึ่งล่าสุดพบว่าทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ที่นำสิ่งผิดกฎหมายที่จะใช้เป็นอาวุธเตรียมเข้าไปในที่ชุมนุม

ในส่วนของการเจรจาตามข้อเรียกร้องกับแกนนำของกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรสวนยางพาราฯนั้นได้เจรจาไปแล้ว 2 รอบ แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากผู้เข้าเจรจาเพียงแต่รับข้อเสนอไปบอกให้ผู้ชุมนุมตัดสินสินใจ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จะหาข้อสรุปยาก ข้อเรียกร้องที่เปิดเผยแพร่กันทางโซเชี่ยลมีเดียวันนี้ ก็เป็นเรื่องที่ได้พูดคุยกันแล้ว และพยายามที่จะหาทางออกร่วม ซึ่งก็มีแกนนำบางส่วนเข้าใจ แต่บางส่วนก็ยังไม่เห็นด้วย ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ก็พยายามสื่อสารให้ผู้ชุมนุมตกลงกันให้ชัดเจนก่อน และอยากให้มีเอกภาพ เนื่องจากที่ผ่านมามีอุปสรรคคือความไม่เป็นเอกภาพ ทำให้ไม่ได้ข้อสรุป การเจรจาที่ผ่านมาข้อเรียกร้องบางอย่างสามารถปฏิบัติได้เลย แต่จะต้องผ่านขั้นตอนของการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและประชุมร่วมกัน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งตรงจุดนี้หากถ่ายทอดไม่ตรงก็เสียดายโอกาสที่ประชาชนจะรับรู้ข้อมูลตรงจุดนี้

ทั้งนี้ ก็ยังรอให้มีการเจรจา และยืนยันว่าจะใช้สันติวิธี แต่ก็เป็นห่วงว่าจะมีมือที่ 3 หรือการเตรียมการที่พยายามให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้ผู้ชุมนุมฯใช้เป็นเงื่อนไขว่าเกิดความไม่ชอบธรรมของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นในส่วนตรงนี้จะต้องระมัดระวัง และต้องรอบคอบ พร้อมยอมรับว่า ขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก แต่จำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีการสันติ จึงอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะพยายามพูดคุยเจรจาเพื่อให้ได้ข้อยุติรวดเร็วที่สุด และอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี

อย่างไรก็ตามอยากให้มีการเปิดการจราจรให้เร็วที่สุด แต่ต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้รอบคอบ หากคุยกันไม่จบ หรือยังไม่มีข้อสรุปในการเจรจา การกระทำการใดๆก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ