กรมชลฯปัดปล่อยน้ำออกจากเขื่อนลำตะคองท่วมตัวเมืองโคราช ระบุชะลอน้ำไหลลงสู่พื้นล่างให้น้อยที่สุดแล้ว เผยน้ำมูลจ่อทะลักพื้นที่พิมาย 28-30 ต.ค.
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดข่าวลือว่าจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนลำตะคอง จนทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายเขื่อนนั้น กรมชลประทาน ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ เขื่อนลำตะคอง ปัจจุบัน (24 ต.ค.56) มีปริมาณน้ำในอ่าง จำนวน 299 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 95% ของความจุอ่าง ซึ่งภายหลังจากเกิดพายุ “นารี” พาดผ่านบริเวณ จ.นครราชสีมา ในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ท้ายเขื่อนและมีแนวโน้มว่าจะเกิดน้ำท่วม กรมชลประทาน จึงได้ชะลอน้ำจากด้านเหนือไว้ในเขื่อนลำตะคอง โดยปิดการระบายตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.2556 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการระบายน้ำแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในบริเวณเมืองนครราชสีมา เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ลำตะคอง ในช่วงวันที่ 16 - 18 ต.ค.2556 วัดปริมาณฝนสะสมได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าจำนวนมาก ไหลลงสู่ลำตะคอง ก่อนไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างในเขตเมืองนครราชสีมา
โดยกรมชลฯได้บริหารจัดการน้ำในลำตะคอง ใช้ประตูระบายน้ำมะเกลือใหม่ และประตูระบายน้ำกุดหิน ควบคุมและชะลอน้ำให้ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างให้น้อยที่สุด จากนั้นเมื่อน้ำไหลมาถึงอาคารแบ่งน้ำละลมหม้อ ที่กรมชลฯ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2554 จะแบ่งน้ำส่วนหนึ่งเข้าสู่ลำบริบูรณ์ในเกณฑ์ประมาณ 70 ลบ.ม.ต่อวินาที พร้อมกับควบคุมน้ำส่วนหนึ่งให้ไหลลงลำตะคอง ตอนล่างผ่านลงสู่ตัวเมืองโคราช รวมกับปริมาณน้ำท่าในพื้นที่ด้านท้ายอาคารแบ่งน้ำละลมหม้อ ในเกณฑ์ประมาณ 40 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามศักยภาพที่รับน้ำได้ของลำตะคอง ที่ไหลผ่านเขตเทศบาลนครนคราชสีมา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา อาทิ ถนนมิตรภาพซอย 4 หมู่บ้าน VIP เป็นต้น โดยไม่กระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจหลัก
น้ำมูลสูงอีก30ซม.28-29ต.ค.
สำหรับปริมาณน้ำที่รับเข้าไปสู่ลำบริบูรณ์ ในเกณฑ์ประมาณ 70 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเกินความจุของคลองที่จะรับได้ (รับได้สูงสุดประมาณ 40 ลบ.ม.ต่อวินาที) กรมชลฯ ได้ใช้คลองผันน้ำที่ก่อสร้างเมื่อปี 2554 ผันน้ำในเกณฑ์ประมาณ 28 ลบ.ม.ต่อวินาที ให้ไหลไปลงแก้มลิงบึงพุดชา ก่อนไหลลงสู่ลำเชียงไกร และแม่น้ำมูล ที่อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นลำดับ
ขณะที่ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของแม่น้ำมูล จากลำตะคอง ลำพระเพลิง ลำมูลบน และลำแชะ จะไหลลงสู่แม่น้ำมูล และเคลื่อนต่อไปที่อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันมีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งต่ำประมาณ 30 เซนติเมตร โดยคาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำมูล จะเพิ่มสูงสุดอีกประมาณ 30 เซนติเมตร(ซม.) จากระดับปัจจุบัน ในช่วงวันที่ 28-30 ต.ค.นี้
ในส่วนของการป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมบริเวณโบราณสถานปราสาทหินพิมาย ที่แต่เดิมได้วางกระสอบป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่งสูงประมาณ 70 เซนติเมตรไว้แล้วนั้น กรมชลฯ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา หน่วยทหารในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เสริมกระสอบทรายให้สูงขึ้นมาอีก 30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำที่จะสูงเพิ่มขึ้น ไม่ให้ไหลเข้าท่วมโบราณสถานแห่งนี้ต่อไปแล้ว
ชี้โคราชยังมีน้ำค้างทุ่งสูงไม่เกิน10ซม.
ด้านนายชิดชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 เปิดเผยว่า จากการติดตามน้ำท่วมมาตลอดพบว่าหลายจุดน้ำขึ้นเล็กน้อย สามารถควบคุมไม่ให้ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ และยอมรับว่ายังมีน้ำค้างทุ่งที่จะต้องไหลลงลำตะคองอีกปริมาณมากอาจส่งผลให้น้ำขึ้นอีกไม่เกิน 10 ซม.ในระยะนี้ แต่ขอให้มั่นใจว่าประชาชนจะไม่เดือดร้อนกว่านี้แล้ว หากไม่มีฝนตกเพิ่ม
ส่วนจะต้องใช้เวลามากน้อยเพียงใดในการระบายน้ำนั้นต้องใช้เวลาอีกระยะ โดยมวลน้ำบางส่วนจากตัวเมืองนครราชสีมาได้ไหลลงไปถึง อ.เฉลิมพระเกียรติ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่วมสูงทั้งบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร และจะเดินทางไปถึง อ.พิมาย ช่วงปลายเดือนนี้ แต่น้ำที่ท่วมอยู่ในพื้นที่ อ.พิมาย เป็นน้ำจากลำน้ำจักราชสาขาของลำน้ำมูลที่เกิดจากฝนตกปริมาณมาก
ด้านฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานนครราชสีมา รายงานสถานการณ์อ่างเก็บน้ำ 17 แห่งว่า ยังมีปริมาณน้ำเกินความจุ 100% รวมถึงอ่างเก็บน้ำของเขื่อนใหญ่ 4 แห่ง คือ เขื่อนลำพระเพลิง (106.00%) เขื่อนลำมูลบน (108.77%) เขื่อนลำแชะ (112.33%) เขื่อนลำปลายมาศ (100.96%)
สะพานลำตะคองทรุดตัว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมเช้าวันที่ 24 ต.ค. ในเขตตัวเมืองนครราชสีมาหลายจุดน้ำในลำตะคองยังไหลแรงและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะพื้นที่ติดลำน้ำ เช่น ชุมชนท่าตะโก ตรอกสำโรงจันทร์ หรือเกาะลอย ชุมชนบ้านตะคองเก่า และมิตรภาพซอย 4 ล่าสุดมีรายงานว่าสะพานมูลมะดันรัฐ สะพานข้ามลำตะคอง หมู่ 10 บ้านมะดัน ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ เส้นทางหลักเชื่อมกับ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ไปถนนมิตรภาพ-หนองคาย และไปเส้นทางหลักที่ลัดไป อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เกิดการทรุดตัว เนื่องจากถูกน้ำท่วมและถูกกระแสน้ำพัดแรง จึงทำให้โครงสร้างสะพานทรุด เจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดการจราจร ห้ามรถยนต์ผ่านอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย
ชาวพิมายอ่วมน้ำมูลทะลักท่วมบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ต้องเร่งบรรจุกระสอบทราย เพื่อนำไปเสริมคันกั้นน้ำบริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งพิมาย ที่ติดกับลำน้ำมูน หลังจากที่ระดับน้ำจากลำน้ำมูลได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่พิพิธภัณฑ์ มีระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่า 30 ซม. พร้อมทั้งได้นำเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง มาติดตั้งบริเวณข้างตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำการสูบน้ำที่ท่วมขังออก และไม่ให้ปริมาณน้ำจากลำน้ำมูนท่วมสูงขึ้นจนท่วมวัตถุโบราณที่ถูกเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เป็นจำนวนมาก
ขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าตลาดเองใหม่พิมาย ยังตั้งแผงจำหน่ายสินค้า อยู่บนถนนพิมาย-จักราช เนื่องจากยังไม่สามารถกลับเข้าไปทำการค้าขายภายในตลาดพิมายเมืองใหม่ได้ดังเดิม เพราะระดับน้ำที่ท่วมขังบริเวณตัวตลาดเมืองใหม่พิมาย ยังคงมีระดับจากลำน้ำมูนที่ท่วมขังสูงกว่า 30-50 ซม.
ขณะที่ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนระบายน้ำพิมาย อ.พิมาย พบว่าระดับน้ำยังคงทรงตัว มีระดับน้ำวัดจากพื้นเขื่อนได้ 7.9 เมตร ดังนั้นเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ยังคงเปิดประตูระบายน้ำ ทั้ง 11 บาน เพื่อเร่งระบายน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูล เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 30 ล้านลบ.ม. เนื่องจากในช่วง 3-4 วันต่อจากนี้ไปจะต้องเตรียมรับมวลน้ำก้อนใหญ่จากในตัวพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ที่กำลังจะไหลไปสมทบกับปริมาณน้ำเดิมในพื้นที่พิมาย
ส่วนสถานการณ์ปริมาณจากลำตะคอง ที่ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยเฉพาะในพื้นที่ ชุมชนมิตรภาพซอย4 , ชุมชนบุมะค่า , ชุมชนสำโรงจันทร์ , ชุมชนตะคองเก่า และหมู่บ้านวีไอพี พบว่า ระดับน้ำยังคงทรงตัว มีระดับน้ำที่ท่วมขังเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ซม. ถึง 1 เมตร









