ทนายผู้ประกอบการแจ้งดำเนินคดีกับพีทีที จีซี ได้รับผลกระทบน้ำมันรั่วไหล บริเวณอ่าวพร้าว
น.ส.คมคาย สงวนนภาพร ทนายของผู้ประกอบการบนเกาะเสม็ด ม.4 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมผู้ประกอบการบนเกาะเสม็ด มี รีสอร์ท เตียงผ้าใบ หมอนวด ร้านอาหาร เป็นต้น เกือบ 100 คน เข้าพบ พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กรณีได้รับผลกระทบคราบน้ำมันรั่วไหล
น.ส.คมคาย กล่าวว่า วันนี้ทางผู้ประกอบการและผู้ที่ได้รับความเสียหายบนเกาะเสม็ด กรณีได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันดิบที่เข้ามาบริเวณอ่าวพร้าว ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจ ถึง พีทีที จีซี จะเยียวยาแต่ก็ยังไม่ฟื้น โดยทางผู้ประกอบการ ร้านค้า รีสอร์ท จะเรียกร้องกับทาง พีทีที จีซี เพราะว่าน้ำมันดิบทางวิชาการว่าจะกำจัดโดยทางธรรมชาติต้องใช้เวลา 10 ปี ทำให้มูลค่าของทรัพย์สินบนเกาะเสม็ด จากเดิมมีคนมาซื้อไร่ละ 30-50 ล้าน เดี๋ยวนี้ไม่มีคนมาซื้อเพราะมันเสื่อมราคา ไม่มีคนมาเที่ยว
สิ่งที่จะต้องทำต่อไปขอให้ ผวจ.ระยอง ต้องหาวิธีการทางวิชาการสำรวจน้ำที่อ่าวพร้าว และถ้าจะประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ จะต้องแจ้งเอาเฉพาะตรงอ่าวพร้าวไม่ใช่ทั้งเกาะเสม็ดถึงจะแก้ไขได้ เบื้องต้นตอนนี้ พีทีที จีซี จะต้องมาจ่ายค่าเสียหายให้ล่วงหน้า 5 ปี ไม่ใช่มาจ่ายแบบกระจุกกระจิก ผู้ประกอบการจึงรวมตัวกันมาแจ้งความดำเนินคดีกับ พีทีที จีซี ทั้งคดีอาญา ในข้อหากระทำการประมาททำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และคดีแพ่งเรียกร้องค่าเสียหาย 5 ปี
ด้าน พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.เพ กล่าวว่า วันนี้จะให้ผู้ประกอบการและผู้ที่ได้รับความเสียหายลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปฟ้องร้องต่อศาลอีกครั้ง ทางตำรวจก็เป็นห่วง พยามยามเร่งรัดให้ พีทีที จีซี จ่ายโดยเร็วและเป็นธรรมให้พอใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งทาง ดีเอสไอ ได้ส่งข้อมูลของนักวิชาการไปให้ 3 หน่วยงานคือ กรมอุทยานฯ กรมประมง และ กรมเจ้าท่า ให้สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อดำเนินการต่อไป









