ไทยส่งเจ้าหน้าที่ใน 4 จังหวัด "อุบลฯ-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-โคราช" ช่วยค้นหาผู้โดยสาร-ลูกเรือเครืองบินลาวตก
จากกรณีที่เครื่องบินโดยสารในประเทศสายการบินลาว แอร์ไลน์ ไฟลท์ คิววี 301 บินระหว่างกรุงเวียงจันทน์และเมืองปากเซ มีผู้โดยสาร 44 คน ลูกเรือ 5 คน รวม 49 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 5 คน ได้เกิดอุบัติเหตุตกกลางแม่น้ำโขงระหว่างเมืองโพนทองและเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก โดยก่อนเกิดเหตุ มีพายุฝน ลมแรง จนทำให้เครื่องบินตกขณะที่นักบินกำลังร่อนจอด
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ต.ค.56 นายสุทธินันท์ บุญมี รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เดินทางพูดคุยถึงสถานการณ์ พร้อมทั้งวางแผนปฏิบัติการค้นหาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารตกกลางลำน้ำโขง โดยท่านคำสอน เกดมาลา เจ้าหน้าที่ห้องการ แขวงจำปาสัก เดินทางมาร่วมประชุมพร้อมทั้งสรุปสถานการณ์
นายสุทธินันท์ กล่าวว่า ได้รับการประสานงานขอความช่วยเหลือจากทางฝั่งลาว จึงประสานงานและร่วมวางแผนการทำงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขง พื้นที่ จ.อุบลราชธานี หน่วยกู้ชีพจาก 6 มูลนิธิ ในพื้นที่ 4 จังหวัด คืออุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครราชสีมา จัดชุดปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำมาช่วยกันค้นหา
"ขณะนี้หน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขง พื้นที่ จ.อุบลราชธานี ได้จัดเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญงานชุดใหญ่จำนวน 34 นาย ลงพื้นที่ประเมินสถนการณ์ และมอบหมายให้ทาง นรข.เป็นหัวหน้าชุดในการค้นหา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกู้ชีพมูลนิธิต่างๆอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา นอกจากนี้ได้ประสานรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลสิรินธรและสาธารณสุขจังหวัดไว้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมให้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเตรียมรถส่องสว่างไว้ในกรณีที่ต้องค้นหาในช่วงกลางคืนด้วย เบื้องต้นทราบว่าพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย "นายสุทธินันท์ กล่าว
ด้านนายยศพล จันทนชาติ ชุดปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำ มูลนิธิการกุศลอุบลราชธานี จีตัมเกาะ กล่าวว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิต่างๆมาร่วมสมทบ ที่หน้าด่านช่องเม็ก คาดว่าเวลาประมาณ 09.30 น. อาสาสมัครมูลนิธิทั้งหมดจะได้เดินทางไปยังจุดที่เครื่องบินตก จากการสังเกตุในขณะนี้ พบว่า กระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลเชี่ยว เรือเล็กออกจากฝั่งด้วยความยากลำบาก ซึ่งเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุแล้วทางผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องร่วมกันประเมินสถานการณ์ แล้วจึงจะวางแผนการค้นหาผู้เสียชีวิต






