คดีพระวิหารพลิกอีกรอบ ศาลร่นเวลานัดอ่านคำพิพากษา 11 พ.ย.นี้ นายกฯนัดทุกหน่วยหารือ 21 ต.ค.เตรียมตั้งกลไกระดับชาติ "ไทย-กัมพูชา"
นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงทันทีในวันจันทร์ที่ 21 ต.ค.นี้ ภายหลังได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือไอซีเจ (ศาลโลก) จะอ่านคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นการร่นเวลาเร็วขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าศาลน่าจะอ่านคำพิพากษาได้ในราวเดือน ก.พ.ปีหน้า
แม้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวเมื่อถูกผู้สื่อข่าวซักถามเมื่อวานนี้ (16 ต.ค.) แต่ในคำแถลงของ นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ในวันเดียวกันระบุว่า นายกฯได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วในวันจันทร์ที่ 21 ต.ค.
"จะมีการประชุมหน่วยงานทั้งฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศเพื่อหารือถึงการจัดตั้งกลไกระดับชาติระหว่างไทยกับกัมพูชา พร้อมตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อรองรับคำตัดสินของศาลโลก รวมถึงจะประชุมวิเคราะห์ถึงแนวทางต่างๆ และท่าทีของไทยด้วย" รองปลัด กต.กล่าว
นายณัฏฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้รับแจ้งเป็นการภายในจากนายทะเบียนของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ศาลได้กำหนดให้มีการอ่านคำพิพากษาคดีที่ราชอาณาจักรกัมพูชายื่นขอตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร เมื่อปี พ.ศ.2505 ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย.2556 เวลา 10.00 น. สำหรับหนังสือแจ้งเรื่องนี้อย่างเป็นทางการนั้น คาดว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก จะได้รับในวันที่ 16 ต.ค.
"เดิมเราคาดการณ์ว่าศาลจะอ่านคำพิพากษาในช่วงต้นปี 2557 เนื่องจากเห็นว่ามีคดีของประเทศนิคารากัว กับคอสตาริกา ซึ่งศาลจะพิจารณาในวันที่ 14-17 ต.ค.นี้ จึงเกิดความไม่มั่นใจว่าศาลจะใช้ระยะเวลาอย่างไร แต่การที่ศาลนัดวันที่ 11 พ.ย. ก็ไม่นอกเหนือความคาดหมายที่เราประเมินไว้ตั้งแต่ต้น"
ส่วนการถ่ายทอดสดการอ่านคำพิพากษาของศาลนั้น นายณัฏฐวุฒิ กล่าวว่า จะต้องรอผลการประชุมในวันที่ 21 ต.ค.อีกครั้ง แต่คาดว่าน่าจะคล้ายกับเมื่อครั้งการแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลกเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และในช่วงต้นเดือน พ.ย. ทาง กต.จะเริ่มประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้น โดยจะเผยแพร่สารคดีทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ด้วย
"ทูตวีรชัย"ย้ำไม่กระทบเส้นเขตแดน
นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทยในการแถลงด้วยวาจาต่อศาลโลก กล่าวว่า การเลื่อนอ่านคำพิพากษาของศาลเป็นวันที่ 11 พ.ย. เป็นเรื่องที่เราคาดการณ์มาก่อนแล้วว่าศาลน่าจะมีคำตัดสินในช่วงปลายปี 2556 จึงไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย พร้อมทั้งย้ำว่า คดีนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา เพราะคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 ไม่ผูกพันกับเส้นเขตแดน และคาดว่าศาลน่าจะพิพากษาอย่างเดิม แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ขอก้าวล่วงอำนาจศาล ทั้งหมดขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา
เมื่อถามถึงแนวโน้มคำพิพากษาของศาล นายวีรชัย ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยบอกว่าไม่อยากให้มีการไปคาดการณ์ เพราะเรื่องยังไปไม่ถึงจุดนั้น และแนวโน้มคำพิพากษาแต่ละแนวทางก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก
"สุรพงษ์"ลั่นปลุกกระแสต้านไม่สำเร็จแน่
ด้าน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ ถึงการที่ศาลโลกเลื่อนตัดสินคดีปราสาทพระวิหารเป็นวันที่ 11 พ.ย.ว่า การเลื่อนอ่านคำพิพากษาไม่ได้มีผลดีหรือผลเสียกับไทย เพราะไทยรอคอยผลมาเกือบ 1 ปี และคนไทยได้ติดตามการต่อสู้คดีในศาลเมื่อเดือน เม.ย. วันนี้คนไทยเข้าใจคดีปราสาทพระวิหารดีขึ้น และทุกคนเฝ้ารอคำตอบจากศาลอยู่แล้ว
"หากมีฝ่ายคัดค้านเกิดขึ้น เชื่อว่าคงปลุกกระแสไม่สำเร็จ คาดว่าเรื่องนี้จะเป็นไปด้วยดี ไม่มีความขัดแย้ง ในเมื่อศาลโลกจะอ่านคำตัดสินคดีนี้ในวันที่ 11 พ.ย. ก็เป็นเรื่องดีที่จะได้จบสิ้นปัญหาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน"
แบไต๋จับมือกัมพูชา "บริหารร่วม"
สำหรับการเตรียมการของคณะทำงานกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อ 2 วันก่อนได้มีการประชุมเรื่องนี้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และได้เตรียมการรองรับคำพิพากษา รวมทั้งจะคุยกับกัมพูชาว่าไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาในเชิงบวกหรือลบก็ตาม เราก็ต้องคุยกันอยู่ดี เพราะพื้นที่บริเวณนี้ 2 ประเทศต้องร่วมกันบริหาร
ฉะนั้นไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไรก็ไม่กระทบความสัมพันธ์ของสองประเทศ เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของสองประเทศเป็นไปด้วยดี ไม่เหมือนในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา อีกทั้งนายกรัฐมนตรีกับ สมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา ก็คุยเรื่องนี้กันหลายครั้ง เพื่อให้ประชาชนสองประเทศอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะนำเรื่องไปหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชาให้เป็นคณะใหญ่เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ และจะหารือกันอีกครั้งว่าจะมีการถ่ายทอดสดการอ่านคำพิพากษาเหมือนช่วงแถลงด้วยวาจาเมื่อเดือน เม.ย.หรือไม่ รวมทั้งจะมีการทำเอกสารชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำเรื่องนี้อย่างเปิดเผย
เร่งประชาสัมพันธ์สกัดปลุกกระแสป่วน
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า คดีปราสาทพระวิหารเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศและระหว่างประเทศ สามารถนำมาสร้างกระแสให้จุดติดได้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอธิปไตย ดินแดน และเส้นเขตแดน ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาก็อยู่ในช่วงไม่แข็งแรงพอดี มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เหมือนกัน
สำหรับแนวคำพิพากษานั้น พล.ท.ภราดร บอกว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคาดการณ์ไว้ 4 แนวทาง ซึ่งแต่ละแนวทางที่จะออกมา ฝ่ายความมั่นคงได้เตรียมมาตรการรับมือเอาไว้ทั้งหมดแล้ว เพราะไม่มีใครคาดการณ์คำพิพากษาได้ เนื่องจากผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีเป็นชุดใหม่ทั้งหมด
"แนวทางที่ดีที่สุดคือต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกแง่ทุกมุม โดยเฉพาะประชาชนตามแนวชายแดนซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหว ต้องมีการทำงานเชิงจิตวิทยามวลชนเพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ตามแนวชายแดน หากมีอะไรผิดสังเกตจะได้แจ้งทางการได้ทันที ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านประเทศติดกัน จึงต้องคุยกันดีๆ เพราะไม่สามารถยกประเทศหนีไปไหนได้" เลขาธิการ สมช.ระบุ






