ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรับมือน้ำท่วม จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังดูแลภายในและภายนอก ตรวจสอบความแข็งแรงเขื่อนและระบบระบายน้ำ
นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า จากการที่ในขณะนี้ได้เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และภาคกลางของประเทศ อาทิ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา อยุธยา ฯลฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ในฐานะที่เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ ซึ่งต้องเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จึงได้มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด โดย ทสภ. มีระบบป้องกันน้ำท่วมจากภายนอก ซึ่งมีลักษณะเป็นเขื่อนดินล้อมรอบพื้นที่ ทสภ. มีความกว้าง 3 เมตร ยาว 23.5 กิโลเมตร ฐานเขื่อนกว้าง 37 เมตร สูง 3.5 เมตร โดยในเบื้องต้น ทสภ. ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของเขื่อนดิน เพื่อให้มั่นใจว่าเขื่อนดินมีความแข็งแรงสามารถป้องกันน้ำจากภายนอกไม่ให้เข้ามาภายในพื้นที่ ทสภ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจเช็คระดับน้ำคลองโดยรอบพื้นที่ ทสภ. อาทิ คลองลาดกระบัง คลองหนองงูเห่า ฯลฯ และติดตามสถานการณ์ระดับน้ำของประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำรอบ ทสภ. เป็นประจำทุกวันอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการเฝ้าระวังด้วย
นางระวีวรรณกล่าวว่า สำหรับในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการรองรับปริมาณน้ำฝนภายในพื้นที่ท่าอากาศยานนั้น ทสภ. มีระบบป้องกันน้ำท่วมภายใน ประกอบด้วย ระบบกักเก็บน้ำและระบบระบายน้ำ โดย ทสภ. จะมีคลองและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งทำเป็นแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำภายในพื้นที่ทั้งหมด 6 แห่ง มีศักยภาพในการกักเก็บน้ำได้สูงถึง 4 ล้านลูกบาศ์กเมตร ซึ่งในปัจจุบัน ทสภ. ได้มีการรักษาระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำดังกล่าวไว้ที่ -1.5 เมตรของระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งจะทำให้ยังคงเหลือพื้นที่รองรับน้ำในกรณีที่เกิดฝนตกได้อีก 3 ล้านลูกบาศ์กเมตร เพื่อให้ไม่ต้องสูบน้ำออกไปยังพื้นที่ภายนอก อย่างไรก็ตามในกรณีเกิดมรสุมมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานานและมีปริมาณมาก ซึ่งทำให้พื้นที่รับน้ำของ ทสภ. ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้อีก ทสภ. จำเป็นต้องมีการสูบระบายน้ำออกบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการ โดยระบบระบายน้ำของ ทสภ. ประกอบด้วย สถานีสูบน้ำ 2 สถานี ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ ฝั่งตะวันออก และทิศใต้ ฝั่งตะวันตก ซึ่งแต่ละสถานีจะมีเครื่องสูบระบายน้ำ ขนาด 2 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จำนวน 4 เครื่อง รวมมีเครื่องสูบน้ำทั้งสิ้น 8 เครื่อง มีศักยภาพในการสูบระบายน้ำได้ 12 ลูกบาส์กเมตร/ วินาที
ในกรณีที่ ทสภ. จำเป็นต้องมีการระบายน้ำออกนอกพื้นที่ ทสภ. จะได้มีการประสานการทำงานร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อให้เร่งดำเนินการผลักดันน้ำและเร่งระบายน้ำออกไปทางด้านทิศใต้และให้ไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งขณะนี้ ทสภ. ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว โดยได้ทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องสูบระบายน้ำรวมทั้งระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในสภาพดี รวมทั้งได้ทำการเพิ่มกำลังระบบไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อให้เครื่องสูบระบายน้ำของ ทสภ. ซึ่งมีทั้งหมด 8 เครื่อง ให้สามารถพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
นางระวีวรรณ กล่าวอีกว่า ทสภ. ยังได้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุอุทกภัยของท่าอากาศยานไว้แล้ว เพื่อรองรับหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เกิดอุทกภัยภายใน ทสภ. เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานราชการ สายการบิน ผู้ประกอบการ สามารถป้องกันและร่วมกันแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ









