วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตุฯเตือน7จว.อีสานรับมือ'นารี'

เตือนอีสาน-ตะวันออกรับมือ "ไต้ฝุ่นนารี" 15-16 ต.ค.คาดถล่ม 7 จังหวัดอีสานวันนี้ ขณะที่ กรมชลฯ เฝ้าระวังโซนตะวันออก หวั่นปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น

ถึงแม้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 10 เมื่อเวลา 16.00 น. วานนี้ (14 ต.ค.)แจ้งว่าพายุไต้ฝุ่น "นารี" (NARI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 15.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ ศูนย์กลางประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่าจะขึ้นฝั่งเมืองดานัง ประเทศเวียดนามในเช้าวันนี้ 15 ต.ค.หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และพายุดีเปรสชัน ตามลำดับ และในวันที่ 16 ต.ค.นี้จะเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พายุนี้จะส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีลมแรง โดยในวันที่ 15 ต.ค.จะเริ่มมีผลกระทบบริเวณ จ.หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

กรมชลฯเฝ้าระวังโซนตะวันออก

ด้าน นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังคงเฝ้าระวังในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะลุ่มน้ำป่าสัก เนื่องจากยังคงต้องระบายน้ำที่เกินความจุสูงสุดของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในปริมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีและคาดว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น และจะลดการระบายน้ำเข้าสู่ภาวะปกติได้

ส่วนภาคตะวันออกยังน่าเป็นห่วง เพราะมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ ขณะนี้กำลังเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะที่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำท่วมจะสูงสุด แต่ไม่เกิน 30 เซนติเมตรคาดว่าต้องใช้เวลาระบายน้ำจนถึงสิ้นเดือนต.ค.

ทั้งนี้ ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปอีกระยะ เพราะอาจมีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝนของภาคตะวันออก และอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นนารี ที่แม้ทิศทางของพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่อาจทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 ต.ค.นี้

นายกฯกำชับปภ.เร่งสำรวจพื้นที่น้ำท่วม

วันเดียวกัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยว่า ได้สั่งการไปแล้ว เพราะทราบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าในแต่ละพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงและสู่ขั้นตอนของการเยียวยา ซึ่งได้ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ร่วมกับทางจังหวัด เริ่มสำรวจทรัพย์สินและที่นาของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย

ส่วนหลักเกณฑ์ในการเยียวยานั้น คงไม่สามารถใช้หลักเกณฑ์ทั้งหมดเหมือนในปี 2554 เพราะว่าในปีนั้นเป็นหลักเกณฑ์พิเศษ แต่วันนี้ใช้หลักเกณฑ์ตามปกติโดยการดูแลใน 2 ส่วน คือ เรื่องของชีวิต ทรัพย์สินและการดูแลเรื่องไร่นาที่เสียหาย โดยเรื่องของทรัพย์สินได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินขึ้นมาซึ่งดีกว่าหลักเกณฑ์เมื่อปี 2554

สำหรับกรอบการเยียวยานั้นสามารถจ่ายได้หลังจากสำรวจความเสียไปแล้ว1-2 เดือน โดยจะเร่งดำเนินการ และในวันนี้ 15 ต.ค.ตนจะลงพื้นที่ลงไปให้กำลังใจประชาชน รวมถึงดูการเตรียมพร้อมของจังหวัดในการเรื่องการเยียวยาว่าจะทำอย่างไร

ศธ.เล็งยกอาคารเรียนสูงกันน้ำท่วม

ด้าน นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้สั่งการให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดเตรียมแผนดูแลนักเรียนในกรณีที่เปิดภาคเรียนแล้วแต่น้ำยังไม่ลดเพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการเรียน โดยให้สถานศึกษาพิจารณาว่าจะเพิ่มโอกาสการเรียนการสอนเสริมได้อย่างไร รวมถึงให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนด้วย

ขณะที่ นายอภิชาติ จิระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย ใน พื้นที่ จ.สระแก้ว โดยขณะนี้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ถูกน้ำท่วมรวม 586 โรงในพื้นที่ 28 จังหวัด

นอกจากนี้ สพฐ.กำลังแก้ปัญหาโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วม โดยใช้วิธีดีด หรือ ยกอาคารเรียนให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งมีโรงเรียนที่จะต้องดำเนินการประมาณ 100 กว่าโรง

ฉะเชิงเทราประกาศ11อำเภอภัยพิบัติ

วันเดียวกัน นายอนุกูล ตั้งธนานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า มวลน้ำจาก จ.ปราจีนบุรี ได้ไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.ฉะเชิงเทรา จนทางจังหวัดได้พยายามเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมประสานกองทัพเรือให้ช่วยนำเรือผลักดันน้ำมาประจำที่บริเวณแม่น้ำบางปะกง คาดว่าจะสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้มากกว่าวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และน่าจะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายลงได้ภายใน 1 สัปดาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ฉะเชิงเทราหลายพื้นที่ยังวิกฤติ ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมเพิ่มอีก 2 อำเภอคือ อ.ราชสาร และ อ.บ้านสร้าง ทำให้ขณะนี้ 11 อำเภอของ จ.ฉะเชิงเทรากลายเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

ปราจีนยังอ่วมหนักหลายอำเภอ

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะเขต อ.ประจันตคาม ยังคงน่าห่วง เนื่องจากระดับน้ำในชุมชนวัดศรีประจันตคามสูงถึง 80 เซนติเมตร ส่วนที่ ต.บ้านหอย การคมนาคมยังถูกตัดขาดเนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่า 1.50 เมตร เช่นเดียวกับที่บ้านบางไผ่ บ้านดงไชยมัน ต.ประจันตคาม ระดับน้ำสูงเกิน 2 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านเข้า-ออกได้ ส่วนที่ อ.ศรีมโหสถ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อ.เมือง ระดับน้ำเริ่มทรงตัว ถนนสายปราจีนอนุสรณ์ ระดับน้ำอยู่ที่ 70 เซนติเมตร รถเล็กยังไม่สามารถผ่านได้

ส่วนที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยบางพื้นที่ท่วมสูงกว่า 1 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องมือต่างๆ เร่งผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลเร็วที่สุด เนื่องจากมวลน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงได้ระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ามวลน้ำใหญ่จะไหลลงมาในพื้นที่ อ.พิมาย ในช่วง 3-4 วันนี้

น้ำป่าเทือกเขาบรรทัดถล่มตรัง

วันเดียวกัน ที่ จ.ตรัง เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดได้ไหลถล่มพื้นที่ ต.นาชุมเห็ด และต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวต้องอพยพไปอยู่ในที่สูง และทางจังหวัดต้องระดมเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือ พร้อมเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน