ผลสำรวจยอดเด็กไทยติดเกม-เล่นออนไลน์ พุ่งเกือบ 3 ล้านคน แพทย์ชี้มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เผยพบมนุษย์เผ่าใหม่ "ชนเผ่าหัวก้ม" ก้มดูแต่มือถือ
นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า จากการจัดทำแบบสำรวจที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต เก็บข้อมูลเด็กและเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 20,000 คนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมีนาคม - มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา พบว่า ในจำนวนนี้พบเด็กติดเกม 15% เล่นออนไลน์ ไลน์ เฟสบุ๊ค 15% และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสถิติจำนวนเยาวชนที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 18 ล้านคน ทำให้ทราบว่า ขณะนี้ มีเด็กไทยติดเกมแล้วมากกว่า 2,700,000 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขเลขที่สูงมาก โดยพฤติกรรมของเด็กที่ติดเกม คือ 1. จะมีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง จนถึงขั้นทำร้ายพ่อแม่ผู้ปกครองพยามฆ่าตัวตายเมื่อถูกห้ามไม่ให้เล่นเกม 2.หนีเรียน เก็บตัวอยู่บ้านเพื่อเล่นเกม ไม่นอนในเวลากลางคืน 3. มีปัญหาการเรียนตกต่ำ ไม่เข้าร่วมกิจกรรม อารมณ์แปรปรวนง่าย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ถือว่าเข้าข่ายติดเกมรุนแรงต้องเข้าบำบัดรักษา ซึ่งปัจจุบันเด็กที่จะเข้ามารักษามีจำนวนน้อยมาก เฉลี่ยปีละ 30-40 คนเท่านั้น
"สิ่งที่ทำให้เด็กเข้ามาบำบัดน้อยเนื่องจาก ผู้ปกครองไม่ทราบว่าจะพาลูกไปรักษาที่ไหน ทั้งนี้การรักษาเด็กติดเกมถือว่าต้องใช้เวลาพอๆกับการเลิกยาเสพติดต้องมีการล้างพิษในระยะแรก คือการนำเด็กออกจากโลกไอทีทั้งหมด วิเคราะห์หาจุดดีของเขาเพื่อส่งเสริมให้ทำกิจกรรมดีๆ มีวินัยในการทำหน้าที่ของตนเอง ซึ่งปัจจุบันจะส่งเสริมให้มีการทำการรักษาแบบครอบครัวบำบัด เพื่อให้การรักษาประสบความสำเร็จ" รศ.นพ.ชาญวิทย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีพฤติกรรมวัฒนธรรมก้มหน้า คนไม่มองหน้ากัน มองแต่จอมือถือตัวเอง พบเห็นได้ตามท้องถนน ที่สาธารณะ หรือเรียกอีกว่าหนึ่งว่า ชนเผ่าหัวก้ม เป็นอาการอย่างหนึ่งชีวิตเราผูกพันไอทีมากเกินไป เหมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ในมุมมองผู้ใหญ่ก็มองว่าน่าจะมีอย่างอื่นทดแทนไอที เราไม่ปฏิเสธประโยชน์ของไอที แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่ยอมรับคือ เด็กไม่สามารถแยกแยะข้อดีข้อเสีย และทำให้ไอทีมีผลกระทบชีวิตตัวเอง ดังนั้น การจัดกิจกรรมต่างๆเป็นสิงที่ดีให้เด็กๆหันเหความสนใจกับสิ่งอื่นๆรอบตัวบ้าง









