นักวิชาการแนะรัฐผุด 2 นโยบาย 5 แนวทาง ดำเนินการระยะเร่งด่วน 5 ปี ย้ำชัดแก้กฎหมายขยายอายุเกษียณ-ปรับสวัสดิการ ช่วยได้
จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับอัตราการเกิดที่ลดน้อยลง หากภาครัฐไม่วางมาตรการรับมืออย่างถูกต้องและเหมาสะม จะทำให้เกิดภาวะขาดแขลนแรงงาน จนผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุนั้น โดยพญ.ลัดดา ดำริการเลิศ ผู้จัดการแผนงานพัฒนาองค์ความรู้เพื่อมโนทัศน์ของนิยามผู้สูงอายุฯ เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากขณะนี้มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ โดยมีการคาดการณ์ว่าใน ปี 2563 จะมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 25 และในปี 2573 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด จากข้อมูลดังกล่าวชี้ชัดว่าในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า หากภาครัฐยังไม่มีการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย โดยการวางมาตรการรับมือและแก้ปัญหาอย่างตรงจุด จะทำให้ผู้สูงอายุไทยกว่า ร้อยละ 60-70 กลายเป็นคนแก่ที่ยากจน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต
นางชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สคช.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการรับมือและแก้ไขปัญหาซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชาการไปสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถอยู่เฉยได้ โดยข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสำมะโนประชากรของสำนังงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2553 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนประชากรทั้งหมด 63.8 ล้านคน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรอายุ 60 ปี จะเพิ่มขึ้นประมาณ 20 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 32 ถือว่าเป็นสัดส่วนที่มากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่สัดส่วนของประชากรวัยแรงงานจะอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 35 แต่เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดน้อยลง ในอนาคตก็จะทำให้ประชากรวัยแรงงานค่อยๆ ลดลงตามไปด้วยทั้งนี้ สถานการณ์ข้างต้นจะส่งผลกระทบกับมูลค่าเศรษฐกิจและตลาดการบริโภคในภาพรวม เนื่องจากประชากรวัยแรงงานถือเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังบริโภคมากที่สุด โดยจากการแบ่งวงจรชีวิตพบว่าช่วงวัยแรงงาน มีสัดส่วนเป็น 1 ใน 3 ดังนั้นหากมีการขยายศักยภาพในการหารายได้ เพิ่มเป็น 2 ใน 3 ก็จะทำให้ศักยภาพในการบริโภคเพิ่มขึ้น แต่จากการการคาดการณ์ในอีก 30 ปี ข้างหน้าพบว่าประชากรวัยสูงอายุจะประสบภาวะขาดดุลมากขึ้น เนื่องจากการลดลงของประชากรวัยแรงงาน ทำให้เกิดส่วนเกินรายได้ลดลง โดยข้อมูลในปี 2552 พบว่าประชากรวัยแรงงานมีภาวะการขาดดุลรายได้ถึง 639 พันล้านบาท
ด้าน นางอรพินท์ สพโชคชัย นักวิชาการอิสระ กล่าวถึงข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนนิยามผู้สูงอายุ และการขยายอายุการทำงานที่เหมาะสมของประเทศไทย ว่า จากการศึกษาแนวทางดำเนินงานในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศษ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งทั้ง 5 แห่งกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้วนั้น ประเด็นสำคัญและผลกระทบที่รัฐบาลในแต่ละประเทศให้ความสนใจและกังวล คือ ผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในระยะกลางและระยะยาว โดยเฉพาะการรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ความมั่นคงทางการเงินการคลัง ปัญหาหารขาดแคลนแรงงาน ปัญหาหารให้บริการสาธารณะ และปัญหาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทั้งนี้ สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายของประเทศไทย เพื่อรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุนั้น ภาครัฐจะต้องดำเนิน 2 นโยบายไปพร้อมๆ กัน คือ 1.นโยบายเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยกำหนดทิศทางการดำเนินการแบบผสมผสานระหว่างระบบสวัสดิการที่เหมาะสม และเน้นส่งเสริมให้คนไทยมีวินัยพึ่งพาตนเองและครอบครัวได้ เช่น สร้างให้สังคมเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อผู้สูงอายุ พัฒนาและส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เตรียมความพร้อมประชาชนสู่การเป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมการเพิ่มอัตราเกิดที่มีคุณภาพอย่างสมดุล ซึ่งกำลังเป็นมาตรการที่หลายประเทศพยายามขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น เพราะสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในหลายๆ ด้าน2.นโยบายขยายอายุเกษียณ ซึ่งพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในอนาคต ข้อหำจัดด้านอุปทานของตลาดแรงงาน ความต้องการด้านหลักประกันรายได้ของผู้สูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงด้านทุนมนุษย์ โดยหารขยายอายุเกษียณต้องทำการพิจารณาทั้งแรงงานในภาครัฐและภาคเอกชน ควบคู่กับการปรับปรุงระบบสวัสดิการสังคมและกองทุนต่างๆ ด้วย
นางอรพินท์ กล่าวว่า ระยะเร่งด่วนในช่วง 5 ปี ต่อจากนี้ รัฐบาลไทยควรต้องวางแนวทางการขยายอายุเกษียณแบบเป็นขั้นบันได เพื่อแก้ปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนี้ 1.การสร้างศักยภาพและความเขัมแข็งในการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประเด็นแรงงานสูงอายุ และผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง 2.การสร้างและปรับมโนทัศน์ใหม่ของคนในสังคมต่อบทบาทผู้สูงอายุ 3.กำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อนำแรงงานสูงอายุกลับสู่ระบบการทำงานและหน่วยการผลิต 4.ทบทวน แก้ไข และปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับการเกษียณอายุการทำงาน และ 5.ปรับปรุงหรือปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม เพราะระบบปัจจุบันยังไม่ค่อยสมบูรณ์มากนัก









