เทศกาลกินเจกำลังจะจบลง ขออนุโมทนาบุญให้กับผู้ที่กำลังจะผ่านพ้นเทศกาลไปด้วยความไม่ด่างพร้อย ทำบุญเคร่งครัดกับตนเองลดการเบียดเบียน
เทศกาลกินเจกำลังจะจบลง ขออนุโมทนาบุญให้กับผู้ที่กำลังจะผ่านพ้นเทศกาลไปด้วยความไม่ด่างพร้อย ทำบุญเคร่งครัดกับตนเองลดการเบียดเบียนด้วยการไม่รับประทานเนื้อสัตว์และอนุพันธ์จากสัตว์ ตลอดเวลา 10 วันด้วยนะครับ อันที่จริงแล้ว หากว่าเราสามารถที่จะทำได้ 10 วัน หากว่าเราขยายผลงดการเบียดเบียนให้มากขึ้น ก็คงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยนะครับ
ส่วนหนึ่งของการกินเจ ที่ทำให้หลายๆ คนห่วงคือเรื่องของโภชนาการว่าจะครบหรือไม่ เพราะว่าการไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์ นมและไข่ แน่นอนว่าทำให้ร่างกายอาจจะบริโภคโปรตีนน้อยกว่าที่เป็นในยามปกติ หลายๆ ท่านก็รับประทานเต้าหู้และโปรตีนถั่วเหลืองที่ให้ปริมาณโปรตีนไม่น้อยไปกว่ากัน หากว่ารับประทานอย่างถูกวิธี นอกจากนี้บางท่านก็ถือโอกาสรับประทานผักให้เยอะขึ้น จากที่ปกติแล้วสัดส่วนการรับประทานผักก็อาจจะน้อยกว่าเกณฑ์ตามปกติอยู่ด้วย
อีกหนึ่งข้อวิตกทางโภชนาการที่มีอยู่คือ การที่รับประทานอาหารเจแล้วอาจจะไม่อยู่ท้อง เพราะว่าปกติโปรตีนทำให้อยู่ท้องกว่าคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้ว หากว่ายังโหย บางท่านก็รับประทานแป้งเพิ่มขึ้น จนคนวิตกว่าการกินเจนั้นทำให้ร่างกายอ้วนขึ้นน้ำหนักเพิ่มขึ้น
แต่ปัจจุบัน โภชนาการรุ่นใหม่ก็ได้หาสิ่งมาทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์และอนุพันธ์จากสัตว์มาได้แล้วหลายอย่าง เช่น โปรตีนถั่วเหลืองที่ลดปริมาณแป้งจากโปรตีนรูปแบบเดิม และยังมีอาหารเสริมอีกหลายอย่างด้วยกัน นอกจากนี้ วิทยาศาสตร์ก็ทำให้เราได้รู้ว่า หากกลัวอ้วนจากการรับประทานเจและไม่อยู่ท้อง แทนที่เราจะทานคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลเดี่ยว เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว ก็เปลี่ยนมารับประทานข้าวแดง หรือข้าวซ้อมมือ และ ขนมปังโฮลวีตที่ช่วยให้อยู่ท้องได้นานขึ้นอีกด้วย
สิ่งที่อยากจะพูดคงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของโภชนาการ แต่การผ่านการรับประทานเจได้เกือบจะ 10 วันนั้น แสดงให้เห็นว่าร่างกายคนเราสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการกิน ที่แตกต่างจากความเคยชินเดิมได้
แน่นอนว่ามนุษย์เรานั้นเป็น Omnivore กล่าวคือสิ่งมีชีวิตที่กินทั้งพืชและสัตว์ ที่ไม่ใช่ Herbivore ที่กินได้แต่เพียงพืช เช่น กระต่าย ม้า วัว และไม่ใช่ Carnivore ที่รับประทานได้แต่สัตว์ เช่น เสือ จระเข้ ดังนั้น แสดงว่าร่างกายเราควรจะต้องได้รับสารอาหารจากทั้งพืชและสัตว์ การรับประทานทั้งสองอย่างจึงเป็นการสอดคล้องกับร่างกายของเรา แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง เป็นสิ่งที่น่าจะนำไปสู่สุขภาพที่ดีกว่าการรับประทานจนเกินจำเป็นหรือที่เรียกว่า Overconsume
หลังจากเทศกาลเจ บางคนปล่อยตัว ทั้งกาย รับประทานทุกอย่างที่อยากจะรับประทาน และใจ ใฝ่หารับประทานสิ่งโน้นนี้ตลอดเวลา ลองย้อนกลับมานึกถึงศักยภาพในการรักษาวินัยทางการรับประทาน แล้วสร้างสมดุลใหม่ให้ชีวิต รับประทานผักผลไม้มากขึ้น ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ (ไม่ใช่หยุดแต่ลดปริมาณลง) รับประทานคาร์โบไฮเดรตแบบโมเลกุลเชิงซ้อนมากขึ้น
ด้วยวินัยใหม่ ไม่เพียงแต่จะทำให้เรามีสุขภาพกายที่ดีขึ้น แต่ยังจะช่วยทำให้จิตใจของเรา แส่ส่าย ไขว่คว้าหาสิ่งต่างๆ กินน้อยลง จะสงบนิ่งมากขึ้นอีกด้วย ลองดูสิครับ ไหนๆ ก็ทำไปแล้วตั้ง 10 วันปรับนิดปรับหน่อยสำหรับอีก 355 วันที่เหลือในหนึ่งปี อาจจะนำสู่ดุลยภาพใหม่ในชีวิตได้นะครับ









