วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นครบาลใส่เกียร์ถอยห้ามรถเก่าเข้ากรุง

นครบาลแจงอย่าตื่นกำหนดอายุเกิน 7-10 ปี ห้ามนำเข้ามาวิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ยันยังไม่ใช่แผนเร่งด่วนบังคับใช้

จากกรณีที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้เตรียมการเสนอโครงการจำกัดอายุการใช้งานรถยนต์ต่อรัฐบาล อาทิ รถอายุเกิน 7-10 ปี ห้ามนำเข้ามาวิ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งหากนำเข้ามาวิ่งจะต้องเสียภาษีเทียบเท่ารถใหม่ โดยโครงการดังกล่าวได้แนวคิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสร้างความตื่นตกใจให้แก่ประชาชนจนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโครงการดังกล่าวนั้นความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. และ โฆษก บช.น. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ต้องเรียนให้ทราบว่าเป็นแผนงานที่จะต้องนำไปเข้าโครงการสัมมนาที่จะดำเนินงานในเดือนตุลาคมนี้ก่อน แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะเป็นวันไหน ส่วนกระแสที่ประชาชนได้แสดงความกังวลและไม่เห็นด้วยในส่วนนี้นั้น ขอให้ประชาชนทำความเข้าใจในเรื่องนี้ก่อนว่าเป็นแค่แผนการดำเนินงานที่นำเสนอเข้ามา ยังไม่ใช่แผนงานเร่งด่วนที่จะกำหนดให้ทำในทันที ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลไม่สามารถที่จะสามารถดำเนินการได้เอง จะต้องมีการกลั่นกรองหาข้อดีข้อเสียต่างๆเพื่อที่จะนำเสนอแก่รัฐบาลต่อไป

"จากข่าวที่สื่อมวลชนได้นำเสนอโครงการ ทั้ง 16 ข้อ ที่มีข้อหนึ่งเสนอว่า โครงการถวายปลอดภัย และโครงการพระราชดำริ ฯลฯ เรื่องนี้อยู่ในแผน แต่ไม่เป็นโครงการเร่งด่วนโดยกำหนดรถวิ่งในกทม. จะต้องไม่เกิน 10 ปี ถ้าเกินคงต้องนำใปใช้ต่างจังหวัด ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเห็นว่ามีการกำหนดอายุของรถที่จะใช้ด้วย อาจจะทำให้มีการเข้าใจผิดกันไปบ้าง ซึ่งจากการที่ได้รับข้อมูลนำเสนอจากตำรวจที่ทำหน้าที่บนถนน ซึ่งเห็นว่ารถที่เสียอยู่บนท้องถนนนั้น มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ทาง บช.น.จึงได้นำข้อมูลในส่วนนี้มาวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ แต่พอสื่อมวลชนเห็นก็นำไปลงทันทีว่าทางตำรวจกำหนดอายุรถ 7-10 ปี ซึ่งทางตำรวจเองก็ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าเป็น 7-10 ปีแต่อย่างใด"รอง ผบช.น.กล่าว

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า แนวคิดดังกล่าวได้มีการประชุมปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ว่าจะเป็น บก.จร. และ บก.น.1-9 เพื่อนำปัญหาต่างๆมาทำการแก้ไข ซึ่งก็ได้ผลสรุปออกมาเป็นโครงการทั้ง 11 ยุทธศาสตร์ ซึ่งมียุทธศาสตร์หนึ่งเป็นการแก้ปัญหารถติด ซึ่งได้มีการนำเสนอการจำกัดอายุรถ ดังนั้น เมื่อมีการเสนอขึ้นมาและเป็นที่ยอมรับก็จะนำเข้าสู่การสัมมนา เพราะที่จะหาข้อดีข้อเสียและนำเสนอต่อไปยังรัฐบาล เพื่อให้เป็นนโยบายของรัฐบาลต่อไปเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ปรากฏว่าสื่อมวลชวนก็นำไปเคาะว่าทางตำรวจจะกำหนดอายุรถเสียแล้ว แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้ภาพสะท้อนจากหลายมุมมองหลายฝ่าย

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า หากมีการสัมมนาในเรื่องนี้แล้ว ปรากฏว่าหากมีข้อดีข้อเสีย และชั่งน้ำหนักดูแล้วว่ามีข้อดีมากกว่าก็จะนำมาสรุปเพื่อนำเสนอทางรัฐบาลต่อไป แต่หากมีข้อเสีย และมีการต่อต้านจำนวนมากก็จะต้องหยุดไป ทั้งนี้ ขอฝากไปยังประชาชนว่าอย่าเพิ่งตื่นตระหนกในสิ่งต่างๆเหล่านี้ เพราะเป็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครเท่านั้น ส่วนการดำเนินการนั้น ฝ่ายบริหารของกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะต้องดูรายละเอียดและสรุปผลให้มีความชัดเจนก่อนที่จะนำเสนอรัฐบาล แต่ก็ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด ซึ่งรัฐบาลก็จะต้องมีการปรึกษากับหลายฝ่ายในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ก็ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตกใจในเรื่องนี้