"ทีมกรุ๊ป"เผยพายุโซนร้อน"หวู่ติ๊บ" เข้าไทย 1ต.ค.คาดทำให้ฝนตกหนักพื้นที่ภาคอีสาน -กลาง-ตะวันออก ชี้ตกท้ายเขื่อนจัดการน้ำได้ลำบาก
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังคงวิกฤติจนหลายฝ่ายวิตกว่าสถานกาณ์จะซ้ำรอยปี2554 เพราะพายุโซนร้อนลูกใหม่จะเข้าประเทศไทยในอีกไม่กี่วัน
นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ทีมกรุ๊ป เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำ ณ วันนี้ที่ยังคงมีปริมาณมากให้หลายพื้นที่ ซึ่งบางพื้นที่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและรอการระบาย แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ เนื่องจากคาดการณ์สภาพอากาศ ล่าสุดมีแนวโน้มที่พายุโซนร้อนเลขที่ 20 จะเข้าไทยทำให้ฝนตกหนัก ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และ www.tropicalstormrisk.com ประเทศอังกฤษ ระบุชัดเจนว่าพายุไต้ฝุ่นเลขที่ 20 หรือ พายุโซนร้อนหวู่ตึ๊ป (WUTIP) ได้ก่อตัวเป็นพายุ ดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ ระยะห่างจากประเทศไทย 832 กิโลเมตร ความเร็วลม 55 น๊อท และจะเพิ่มกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และเป็นพายุไต้ฝุ่นประมาณวันที่ 30 ก.ย.นี้
นาย ชวลิต กล่าวต่อว่า พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ทำให้ประเทศเวียดนามต้องเฝ้าระวัง ถึงขั้นเตรียมอพยพคนออกจากพื้นที่ สำหรับประเทศไทยแม้จะได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากพายุได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นพายุลูกแรกที่กระทบไทย ทำให้ฝนตกหนักและต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา ซึ่งไทยได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุม หรือ แค่กลุ่มฝนเท่านั้น
จากคาดการณ์จะเห็นว่าพายุลูกที่ 20 เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยที่จ.มุกดาหาร ประมาณวันที่ 1 ต.ค. โดยคาดว่าจะเข้ามาสลายตัวที่จ.เพชรบูรณ์ ทำให้เกิดฝนตกหนัก ถึงหนักมาก ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. ถึง 4 ต.ค. อีกทั้งเป็นฝนที่ตกท้ายเขื่อนซึ่งจะทำให้การจัดการน้ำลำบาก
ชี้อีสาน-กลาง-ตะวันออก ฝนตกหนัก
สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้มีน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1-3 ต.ค. ในพื้นที่ภาคอีสาน จ.สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี เลย หนองบัวลำพู อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น และวันที่ 4-6 ต.ค. ผลกระทบจะเกิดกับพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก จ.เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิษถ์ สุโขทัย แพร่ น่าน นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี และอยุธยา
"พายุโซนร้อนเลขที่ 20 จะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ในภาคอีสาน ภาคกลาง และ ภาคตะวันออก ในพื้นที่ลุ่มต่ำที่เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งอยู่เดิมจะเกิดน้ำท่วมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ริมแม่น้ำ ริมคลอง" กรรมการผู้จัดการ ทีมกรุ๊ป กล่าว
แนะบ้านริมแม่น้ำขนของขึ้นที่สูง
นายชวลิต กล่าวต่อว่า เขื่อนสิรินทร์ ลำนางรอง ป่าสักชลสิทธิ์ ขุนด่านปราการชล และหนองปลาไหล น้ำจะเต็มอ่างฯและมีความจำเป็นต้องระบายน้ำลงมาจำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ และลำคลองที่รับน้ำจากเขื่อนดังกล่าว และริมแม่น้ำชี แม่น้ำมูล แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน และลำคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำดังกล่าว ต้องขนของขึ้นที่สูง และ เพิ่มความระมัดระวังจากระดับน้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้น
"ช่วงต้นสัปดาห์หน้าจะต้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์การเคลื่อนตัวของพายุที่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามอย่างใกล้ชิด แม้กทม.จะมีระบบป้องกันค่อนข้างดี แต่การที่ฝนหนัก 60-100 มิลลิเมตรก็ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุด ซึ่งยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก”
นายชวลิต เสริมว่า สถานการณ์น้ำที่แย่ลงจะผ่านไปได้ถ้ามีการเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำได้ไหลเข้าทุ่ง การกีดกันไม่ให้น้ำได้ระบายออกอย่างเช่นในกรณีที่เกิดขึ้นกับ อ.ศรีมหาโพธิ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการจัดการน้ำ ในกรณีที่ตลิ่งพัง เนื่องจากรับแรงดันน้ำไม่ไหว สุดท้ายคนที่เดือดร้อน คือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ที่ไม่ทันตั้งรับกับสถานการณ์
"ปลอดประสพ"ย้ำไม่ซ้ำรอยปี54
ด้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" เมื่อวานนี้ (28ก.ย.) ถึงสถานการณ์น้ำในภาพรวมขณะนี้ว่า หากเปรียบเทียบปริมาณน้ำฝนเมื่อปีที่แล้วกับปีนี้มีความใกล้เคียงกัน แต่มีความแตกต่างว่า ในปีนี้ฝนตกช้ากว่า 1 เดือน ตกทางภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน เป็นจำนวนมาก และตกเป็นหย่อมๆ ทำให้น้ำท่วมเฉพาะที่
โดยพื้นที่ภาคเหนือมีเขื่อนสำคัญ คือ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติติ์ ทั้ง 2 เขื่อนรวมกันแล้ว ยังสามารถรอบรับปริมาณน้ำได้ถึงร้อยละ 50 หรือ รองรับน้ำได้ประมาณ 10,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร หากพายุฝนเข้าทางภาคเหนือตอนบนขณะนี้ โอกาสที่น้ำเหนือจะหลากมโหฬารเหมือนปี 2554 ไม่มีแน่นอน ขณะที่กทม.ในภาพรวมไม่มีปัญหา เพราะทุ่งรังสิตไม่มีน้ำ แต่ยอมรับว่าฝั่งตะวันตกของ กทม. อาจมีปัญหาบ้าง แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปลอดภัย 100% เว้นแต่ถ้ามีพายุฝนตกเหนือ กทม. ติดต่อกัน 1-2 วัน จึงน่าเป็นห่วง
คนค้นฅนงดออกอากาศ"ศศิน"ต้านเม่วงก์
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่รายการคนค้นฅนทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท ซึ่งออกออากาศทุกวันเสาร์เวลา 14.00 น. ได้โปรโมทว่าในวันนี้ (28 ก.ย.) จะนำเสนอเรื่องราวของการเดินต้านเขื่อนแม่วงก์ของ นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลากลับไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวออกอากาศ แต่ใช้ตอนอื่นมาออกอากาศแทนจนถูกสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ขณะที่ ผู้บริหารบมจ.อสมท ระบุว่า รายการดังกล่าวเป็นการนำเสนอมุมมองผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนแม่วงก์เพียงด้านเดียว ไม่มีการสัมภาษณ์อีกหนึ่งจึงทำให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน จึงต้องให้รายการนำไปปรับปรุงโดยการนำเสนอข้อมูลให้รอบด้าน
ด้าน นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้โพสต์ทวิตเตอร์ ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ขณะที่ นายสุทธิพงศ์ ธรรมวุฒิ หรือเช็ค ผู้ดำเนินรายการคนค้นคน ผู้บริหารบริษัททีวีบูรพาจำกัด ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าว
"นายกฯ-อภิสิทธิ์" ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม
วันเดียวกัน นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางลงพื้นที่วัดโบสถ์ ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมสมาชิกพรรคลงพื้นที่ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ติดตามการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
กาฬสินธุ์ ประกาศภัยพิบัติ18อำเภอ
ด้านสถานการณ์ในพื้นที่แต่ละจังหวัดนั้น นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 7 แห่ง ที่จ.กาฬสินธุ์ เกิดการเอ่อล้น ล่าสุดจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่ทั้ง 18 อำเภอ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม เพื่อเตรียมการเฝ้าระวัง เนื่องจากปัจจุบันอ่างเก็บน้ำ 7 แห่ง มีปริมาณน้ำล้นอ่างออกมาเฉลี่ย 10 -20 เซนติเมตร อีกทั้งปริมาณน้ำเขื่อนลำปาว ได้เพิ่มขึ้นเป็น 950 ล้านลบ.ม.หรือร้อยละ 52 ขณะที่การระบายน้ำที่ไหลลงแม่น้ำชี ทำให้มีมวลน้ำเพิ่มขึ้น
พิจิตรยังอ่วมเดือดร้อน1พันครัวเรือน
ที่ จ.พิจิตร สถานการณ์น้ำท่วมยังน่าเป็นห่วงโดยบางพื้นที่ อ.บางมูลนาก มีปริมาณน้ำท่วมสูง 1 เมตร ทั้งนี้ น้ำท่วมจ.พิจิตร รวมเป็น 11 อำเภอ คือ ทับคล้อ เมือง ดงเจริญ สากเหล็ก บึงนาราง วังทรายพูน,สามง่าม ตะพานหิน วชิรบารมี โพธิ์ประทับช้าง และ บางมูลนาก จากทั้งหมด 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร โดยมีผู้เดือดร้อน รวม 1,1521 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต จากน้ำท่วม 1 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ จำนวน 42,213 ไร่ โรงเรียน จำนวน 12 โรงเรียน วัด 2 แห่ง
"ชัยภูมิ" เตือนรับมือพายุหวู่ติ๊บ
ที่จ.ชัยภูมิ ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยถูกน้ำท่วมหนักเพิ่มอีกรวมแล้ว 11 อำเภอ ประกาศเตือนมีปริมาณน้ำชี และน้ำจากเขื่อนทั้ง 2 แห่ง ที่เกิดน้ำหลากจากต้นแม่น้ำชีที่อ.หนองบัวแดงและเขื่อนปล่อยน้ำลงมาจะถึงตัวเมืองหลากเข้าท่วมพื้นที่ ใน1-2วันนี้ด้วย และในช่วงที่จะมีพายุหวู่ติ๊บ เข้าประเทศเวียดนามจะส่งผลให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคอีสานและจ.ชัยภูมิในวันที่ 1-2 ต.ค.นี้ด้วยนั้น จึงขอให้ประชาชนในเขตพื้นที่ทางน้ำที่ประกาศเขตประสบภัยพิบัติไปแล้วทั้ง 11 อำเภอ รับมือ






