วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มท.แนะผู้ว่าฯอย่ากังวลเบิกงบช่วยน้ำท่วม

"วิสาร"แนะผู้ว่าฯอย่ากังวลเบิกงบ ควรช่วยประชาชนทันที ขณะที่รองผวจ.สุรินทร์-ปราจีนฯรายงานสถานการณ์น้ำ มีแนวโน้มคลี่คลาย

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย แทนนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ติดภารกิจการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

นายวิสาร กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีความเป็นห่วงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยในวันที่ 28 ก.ย.นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำที่ จ.ปทุมธานี และได้มอบหมายบรรดารัฐมนตรีคนอื่น ๆ แบ่งกันลงพื้นที่ไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน และตนอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลปัญหาเรื่องไฟดูดประชาชนในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยด้วย ซึ่งตนอยากย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศว่าหากเกิดอุทกภัยขึ้นไม่ควรเป็นห่วงเรื่องการเบิกจ่ายงบ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนจริงทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินเรื่องให้โดยเร็ว และขอให้มีการใช้งบอย่างรอบคอบและเป็นไปตามระเบียบ นอกจากนั้นที่ประชุมครม.ยังมีความเป็นห่วงในพื้นที่เสี่ยง 16 จุดในกทม. จึงอยากให้กทม.เตรียมรับมือสถานการณ์ให้พร้อม และทุกจังหวัดควรชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนเป็นระยะ

นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในตัวเมืองระดับน้ำได้ลดลงเป็นปกติแล้ว โดยมีการระบายน้ำผ่านลำชี แต่มีความเป็นห่วงพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี ท่าตูม รัตนะบุรี ที่จะรับน้ำที่ระบายออกจากตัวเมือง ซึ่งทางจังหวัดได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยกของขึ้นที่สูงแล้ว ทั้งนี้คาดว่าหากภายใน 2 วันนี้ไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่ สถานการณ์น้ำในจังหวัดก็จะเป็นปกติ ส่วนกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 8 คน โดยเกิดจากสาเหตุการออกหาปลายแล้วพลัดตกน้ำ 5 คน เป็นเด็กที่ลงเล่นน้ำแล้วถูกน้ำพัด 2 คน และมีสาเหตุมาจากการขับรถจักรยานยนต์ผ่านฝายอ่างเก็บน้ำถูกน้ำพัด 1 คน

นายอรุณ พุมเพรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเริ่มทรงตัวแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะลดลง หากไม่มีน้ำจากจังหวัดสระแก้วเข้ามาเติมระดับน้ำก็จะลดลงและคาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติได้ภายใน 7 วัน โดยในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีมีน้ำท่วมสูงกว่าปี 55 ซึ่งทางจังหวัดกำลังเร่งระบายน้ำออก โดยมีการเสริมเครื่องสูบน้ำในอำเภอเมือง และอำเภอบ้านสร้างเพื่อเร่งระบายน้ำ