วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ปตท.ประกันรายได้ประมง-ท่องเที่ยว5ปี

ชาวเสม็ดอัดปตท.โฆษณาชวนเชื่อเสม็ดฟื้น ย้ำท่องเที่ยวซบ สัตว์น้ำเกลี้ยง จี้ประกันรายได้ระยะยาว5ปี ไม่ใช่แค่เยียวยา

นายปริยะ ตัณฑเกษม ประธานชมรมผู้ประกอบการรีสอร์ท เกาะเสม็ด กล่าวภายในงานเสวนา "รักษ์เสม็ด รักษ์ปะการัง คืนชายฝั่งให้ประมงพื้นบ้าน" ว่า ปัญหาสำคัญในการเยียวยาหรือแก้ไขปัญหาท่อรับน้ำมันดิบกลางทะเลของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เกิดรั่วไหล คือ ความจริงใจของ ปตท. เนื่องจากปัญหาที่แท้จริงของชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบการเกาะเสม้ด คือ รายได้ลดลง ขณะที่เงินเยียวยาฟื้นฟูที่ ปตท.หยิบยื่นให้ไม่เพียงพอ เทียบไม่ได้กับรายได้ที่เคยได้รับจากปี 55 หากไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว รายได้ทั้งชาวประมงและผู้ประกอบการสูงกว่านี้มาก แต่ ปตท.กลับให้ข้อมูลต่อสาธารณะว่าสามารถฟื้นความเชื่อมั่นเกาะเสม็ดได้แล้ว แต่ช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. เป็นช่วงโลว์ซีซั่นรายได้ของผู้ประกอบการจึงลดลงตามปกติอยู่แล้วโดยไม่อ้างถึงผลกระทบจากน้ำมันรั่ว เพราะในความเป็นจริงประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทั้งสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

นายสมศักดิ์ พงษ์ศักดิษ์ แกนนำกลุ่มประมงพื้นบ้าน เรียกร้องให้ บริษัท ปตท.ศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและนิเวศน์วิทยาในระยะยาวโดยเฉพาะปริมาณสัตว์ น้ำที่มีปริมาณลดลงอย่างมากส่งผลกระทบต่อรายได้ชาวประมงพื้นบ้าน จากเดิมเรืออวนลากปลาหมึกและปลาอินทรี ออกทะเล 5 วันจะได้ 40 กก. เหลือ 20 กก.ต่อ 5 วัน พร้อมกับขอให้ศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพของชาวประมงที่ออกทะเลหาปลาว่าได้ผลข้างเคียงจากคราบน้ำมันรั่วและสารเคมีอย่างไรใน ระยะยาว ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบในเชิงนโยบายลง มาดูแลและฟื้นฟูความเสียหายของเกาะเสม็ดตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารจังหวัด มิใช่ปล่อยให้ ปตท.ดูแลเพียงฝ่ายเดียว โดยรับผิดชอบเพียงด้านการจ่ายเงินเยียวยา ไม่ได้สนใจด้านสิ่งแวดล้อม หรือ การส่งเสริมรายได้ของชาวประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการ

ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองด้านสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ (สคส.) กล่าวเรียกร้องให้ ปตท.ค้ำประกันรายได้ทั้งกลุ่มประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการระยะเวลา 5 ปี หากรายได้ยังลดลงต่อเนื่อง ปตท.ต้องรับผิดชอบเพราะปัจจุบัน ปตท.ไม่มีข้อมูลว่าสัตว์น้ำในทะเลเกาะเสม็ดจะลดลงอย่างไร จากน้ำมันรั่วและสารเคมีที่นำมาขจัดคราบน้ำมันดังกล่าว แต่ปัจจุบัน ปตท.กลับโฆษณาชวนเชื่อและบังคับให้กลุ่มประมงพื้นบ้านรับเงินเยียวยา 30,000 บาทเท่านั้น ดังนั้น ปตท.ต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตัวเองที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่ในการ ประกอบอาชีพของประชาชน ตั้งแต่แรงงานภาคบริการ ท่าเรือ แพปลา ร้านอาหาร โรงน้ำแข็ง เป็นต้น