น้ำมันจากพืชราคาแสนแพงที่ว่าดีนักดีหนา ถ้าให้เลือกระหว่าง น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว และน้ำมันงา ตัวไหนจะลดไขมันชนิดเลวได้มากกว่ากัน
เริ่มกันที่ น้ำมันมะกอก ซึ่งชาวต่างชาตินิยมนำมาปรุงอาหารมากมาย อุดมไปด้วยกรดโอเลอิก ในกลุ่มไขมันอิ่มตัวตำแหน่งเดี่ยวที่จะช่วยลดประมาณคอเลสเตอรอลชนิดเลว ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดตีบแข็ง และช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดีให้กับร่างกาย
นอกจากนั้นยังมีพวกสารแอนติออกซิแดนซ์ วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ช่วยสร้างความสมดุลระบบโลหิต ระบบย่อยอาหาร ดีต่อกระดูกและผิวหนัง
มาดูคู่ปรับสำคัญอย่าง น้ำมันรำข้าว กันบ้าง นอกจากจะนำมาปรุงอาหารเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ปัจจุบันยังถูกนำมาใช้เป็นอาหารเสริมเพื่อความงามและรักษาสุขภาพด้วย
เพราะข้อดีของวิตามินอีกลุ่มโทโคฟีรอลและกลุ่มโทโคไตรอีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสเกิดโรคมะเร็ง รวมทั้งสารโอรีซานอลสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และปรับสมดุลของระบบฮอร์โมนในสตรีวัยทอง ในขณะที่ค่ากรดไขมันทรานส์ใกล้เคียง 0% จึงลดปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคหัวใจได้ทั้งยังมีความโดดเด่นที่จุดเดือดสูง จึงเหมาะกับการประกอบอาหารทุกประเภท ทั้งผัดทอดและทำขนมอบ
แล้วก็มาถึงคู่แข่งที่พร้อมชิงแชมป์ อย่าง น้ำมันงา มีไขมันจำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ อย่าง กรดไลโนเลอิก ซึ่งร่างกายจะนำกรดไขมันดังกล่าวไปสร้างฮอร์โมนพรอสต้าแกลนดินฮีกัน
ทำหน้าที่ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันเกล็ดเลือดเกาะกันเป็นลิ่ม และยังยับยั้งไม่ให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลมากเกินไป แถมด้วยแคลเซียมสูงมากกว่าพืชทั่วไปถึง 40 เท่า และฟอสฟอรัสมากถึง 20 เท่า ส่งผลให้กระดูกแข็งแรงเพิ่มความหนาให้มวลกระดูก
เท่าที่ดูจากข้อดีข้อเด่นเหล่านี้ คงยากที่จะตัดสินใจว่าประเภทไหนดีกว่ากัน ดังนั้นอาจจะต้องพิจารณาจากปริมาณพลังงาน (แคลอรี) และความชื่นชอบเป็นหลัก กลิ่นหอมหรือรสสัมผัสของพืชแบบใดโดนใจ ก็ลองนำไปปรุงอาหารกันดูได้เลย
ปลาทูน่าเซียร์กับซอสวาซาบิมายองเนส (สำหรับ 2 คน)
ปลาทูน่าฟิเลต์ชิ้นสี่เหลี่ยม (200 กรัม)1 ชิ้น
น้ำมันมะกอก1ช้อนโต๊ะ
งาดำคั่วโขลกละเอียด4ช้อนโต๊ะ
ซอสวาซาบิมายองเนส
ใบพาร์สเลย์สับละเอียด1ช่อใหญ่
ซอสมายองเนส1ถ้วย
น้ำตาลทรายขาว1ช้อนชา
เกลือป่น1/4ช้อนชา
วาซาบิสด2ช้อนชา
น้ำ2ช้อนโต๊ะ
สลัด
มะเขือเทศ1ลูก
ต้นกระเทียม (เฉพาะส่วนขาว)1ต้น
หอมแดง2หัว
ใบร็อตเก็ตป่า40กรัม
เกลือป่น พริกไทยดำบด น้ำมะนาว สำหรับปรุงรส
วิธีทำ
1. ทำซอสวาซาบิมายองเนส โดยผสมมายองเนส เกลือป่น น้ำตาลทราย วาซาบิสด น้ำ คนให้เข้ากัน ใส่ใบพาร์สเลย์สับละเอียดพักไว้
2. นำปลาทูน่ามาซับน้ำให้แห้ง โรยเกลือ และพริกไทยดำให้ทั่ว
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันมะกอก ไฟกลางพอร้อน นำชิ้นปลาลงทอดด้านละ 20 วินาทีทุกด้าน ให้ผิวนอกสุก เนื้อข้างในยังดิบอยู่ นำออกจากกระทะ พักให้สะเด็ดน้ำมันเล็กน้อย จึงคลุกกับงาดำให้ทั่วทั้งชิ้น
4. ทำสลัดโดยนำมะเขือเทศ ต้นกระเทียม หอมแดงซอยบางๆ และใบร็อตเก็ตป่า เคล้ากันในอ่างผสม ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยดำ น้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก ตามชอบ
5. หั่นชิ้นปลาโดยระมัดระวังไม่ให้เม็ดงาติดส่วนที่เป็นเนื้อแดง เสิร์ฟกับสลัดและซอสวาซาบิมายองเนส
ที่มา : รายการ C.I.Y โดยเชฟน่าน หงษ์วิวัฒน์
/////////
โกโบริ
ส่วนผสม
หัวโกโบ400กรัม
น้ำตาลปี๊บ2ช้อนโต๊ะ
ซอสเห็ดหอม1ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว1ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ และงาขาว-ดำคั่วบุบพอแตก
วิธีทำ
1. ปอกเปลือกโกโบ แล้วตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 1/2 นิ้ว
2. นำโกโบทุกท่อนมาหั่นแบ่ง 4 ตามยาว แช่น้ำเกลือสักพัก แล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำ
3. ตั้งน้ำมันไฟแรง นำโกโบลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน
4. ตั้งกระทะไฟเบา เติมน้ำมันงา น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว ซอสเห็ดหอม เคี่ยวให้เข้ากัน แล้วชิมรสชาติ หอม หวาน เค็ม ตามลำดับ
5. เอาโกโบที่ทอดสุกแล้วลงผัดให้ซอสซึมเข้าชิ้นโกโบอย่างทั่วถึง แล้วปิดไฟ
6. ตักใส่จาน โรยด้วยงาขาว-ดำ คั่วบุพอแตก
ที่มา : หนังสือ Veggie Fusion อาหารสุขภาพสไตล์คนรุ่นใหม่
/////////////
อกไก่ผัดมะเขือเทศเชอรี่กับเคเปอร์
ส่วนผสม
อกไก่250กรัม
มะเขือเทศเชอรี่250 กรัม
ผักร็อกเก็ต20กรัม
หอมแขกแดง2ลูก
ถั่วปากอ้าต้มสุก30กรัม
เคเปอร์10กรัม
เลมอน1/2ลูก
น้ำมันรำข้าว2ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทยดำบด ตามชอบ
วิธีทำ
- เตรียมอกไก่ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นตามยาว ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำบด
- จากนั้นนำไปทอดโดยตั้งกระทะไฟร้อนปานกลาง ใส่น้ำมันรำข้าวลงไป แล้วนำไก่ลงไปทอดพลิกกลับด้านไปมาจนกระทั่งได้สีเหลืองทองสุก ทำการพักไว้
- ต่อมาเตรียมมะเขือเทศเชอรี่ โดยนำมาผ่าครึ่ง หอมแขกแดงสไลซ์แผ่นบาง นำส่วนผสมเหล่านี้ลงไปผัดในกระทะใบเดิม ทำการผัดให้เข้ากัน แล้วใส่เคเปอร์ลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำบด ผัดจนมะเขือเทศเริ่มนิ่ม
-แล้วนำอกไก่ที่ทอดสุกใส่ลงไป ตามด้วยถั่วปากอ้าผัดคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง แล้วตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยผักร็อตเก็ต และเพิ่มรสเปรี้ยวโดยการบีบน้ำเลมอนลงไป พร้อมเสิร์ฟทันที
ที่มา : Kasisuri






