กรมน้ำสั่งรับมือดีเปรสชันจากเวียดนาม ชี้ผลบวกช่วยให้มีน้ำเติมลงเขื่อนลำตะคองที่มีน้ำในอ่างแค่ 27%
จากการประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ ที่คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่19 ก.ย.นี้ จากนั้นจะเคลื่อนตัวผ่านตอนล่างของประเทศลาวเข้าสู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทยในวันที่ 20 ก.ย.นี้โดยจะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณ จ.มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 18-21 ก.ย.นี้
นายศิริชัย คุณานพรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากการติดตามการเคลื่อนตัวของดีเปรสชั่นลูกนี้น่าจะส่งผลดีต่อปริมาณน้ำที่จะไหลเข้ามาเติมในเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิงในเขตพื้นที่จ.นครราชสีมา เนื่องจากจะส่งให้ฝนตกเหนือเขื่อนทั้ง 2 แห่งที่ขณะนี้ยังมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่น้อยมากเพียงแค่ 27-30% เท่านั้น จึงยังมีพื้นที่รองรับน้ำฝนที่ตกหนักได้ ส่วนพื้นที่จุดเสี่ยงจากน้ำท่วมในจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ที่ประเมินว่าจะได้รับผลกระทบ ทางกรมทรัพยากรน้ำได้ประสานสำนักงานทรัพยากรภาค ให้การเตรียมความพร้อม ทั้งรถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ พร้อมกับเครื่องสูบน้ำขนาดต่างๆคือ 16-30 นิ้ว ไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินจากน้ำท่วมฉับพลันไว้แล้ว
"ถ้ามองในแง่บวกดีเปรสชั่นลูกนี้จะช่วยให้มีปริมาณน้ำมาเติมใน 2อ่างคือลำพระเพลิง และลำตะคองมากกว่าจะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างที่หลายฝ่ายกังวลกัน ขณะที่ แนวโน้มการควบคุมสถานการณ์น้ำท่วมของปี 56 หากดูจากปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำ น้ำเก็บกักในเขื่อนที่รวมกันยังไม่ถึง 60% บวกกับปริมาณฝนตกเฉลี่ยที่มีค่าใกล้เคียงกับฝนปี 2555 ส่วนบางจุดของกทม.ที่เจอภาวะน้ำท่วมขังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น เกิดจากคลองระบายน้ำลงทะเลหลายแห่ง ยังมีปัญหาขยะอุดตันจำนวนมาก ทำให้การระบายน้ำที่ปั้มน้ำท่วมขังสูบลงไปตามคลองลงทะเล ยังทำได้ไม่เต็มที่ ทั้งนี้กรมทรัพยากรน้ำ พร้อมให้การสนับสนุนปั้มและเครื่องสูบน้ำหากกทม.ขอความช่วยเหลือมา"นายศิริชัย กล่าว









