ดีเอสไอแฉทีมทนาย "สมีคำ" ปูดข่าวบุกจับในลาว จงใจดิสเครดิต ทำให้สังคมไขว้เขว เผย 25 ก.ย.นี้ ส่งทีมคุยสหรัฐฯเดินหน้าขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บังคับการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปฏิเสธว่า ดีเอสไอไม่มีปฏิบัติการบุกจับหรือล้อมจับนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ในประเทศสปป.ลาว และเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงที่เจ้าหน้าที่ไทยจะเข้าไปปฏิบัติการในต่างประเทศ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่มีอำนาจจับกุมนอกราชอาณาจักร ขณะนี้สิ่งที่ดีเอสไอดำเนินการเป็นการประสานขอให้อัยการเร่งพิจารณาสั่งฟ้องคดีที่อดีตเณรคำตกเป็นผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และพรากผู้เยาว์ เพื่อนำคำสั่งฟ้องไปเป็นหลักฐานประกอบการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศที่อดีตเณรคำเข้าไปหลบซ่อนตัว นอกจากนี้ดีเอสไอยังเร่งรัดการติดตามทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้ไปจากการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนอีกด้วย
ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กล่าวว่า เกี่ยวกับคดีอดีตเณรคำสำนักกิจการระหว่างประเทศฯมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินการในแง่กฎหมายเพื่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเท่านั้น ขั้นตอนในขณะนี้คือการรออัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีเพื่อขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทั้งประเทศสปป.ลาวและสหรัฐอเมริกาต่างมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย จึงไม่มีข้อขัดข้องในแง่กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้รับการประสานจากพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ ซึ่งรับผิดชอบในการติดตามจับกุมตัวอดีตเณรคำ ขอให้สำนักกิจการต่างประเทศฯประสานกับทางการของประเทศสปป.ลาวว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะขอเข้าไปสืบสวนเพื่อยืนยันถิ่นที่อยู่ของตัวอดีตเณรคำในประเทศสปป.ลาว ซึ่งไม่ใช่การเข้าไปจับกุมตัว และถือเป็นขั้นตอนปกติที่พนักงานสอบสวนจะต้องทราบถิ่นที่อยู่ที่ชัดเจนของผู้ต้องหา เพื่อนำมาประกอบในคำร้องขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสปป.ลาวหรือสหรัฐฯ ก็ต้องยืนยันถิ่นที่อยู่
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอเปิดเผยว่า กระแสข่าวที่ปรากฏผ่านสื่อเป็นข้อมูลจากทีมกฎหมายของอดีตเณรคำที่ประสานตรงมายังผู้สื่อข่าวฉบับหนึ่งว่าถูกดีเอสไอตามจับในประเทศสปป.ลาวจนต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนี ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อมูลจากดีเอสไอ ยืนยันว่าดีเอสไอไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติการในต่างประเทศ เพราะตระหนักดีถึงอำนาจอธิปไตยของแต่ละประเทศ และไม่มีความจำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในประเทศสปป.ลาว เนื่องจากไม่เคยปรากฏข้อมูลอย่างเป็นทางการว่าอดีตเณรคำเดินทางออกจากประเทศสหรัฐฯ ดังนั้นข้อมูลที่ชัดเจนคืออดีตเณรคำยังอยู่ในประเทศสหรัฐฯมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาทีมกฎหมายของอดีตเณรคำออกมาให้ข่าวทำให้เกิดความไขว้เขว คาดว่าเป็นความพยายามดิสเครดิตดีเอสไอว่า จับกุมตัวอดีตเณรคำไม่ได้ ดังนั้นในระหว่างรอการพิจารณาสั่งฟ้องของอัยการ ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ เจ้าหน้าที่สำนักคดีความมั่นคงและสำนักกิจการต่างประเทศฯ 5 คน จะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯ เพื่อหารือกับสำนักตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ไอซ์ (Immigration and Custom Enforcement: ICE) ความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน และจะหารือเป็นกรณีพิเศษถึงการขอตัวอดีตเณรคำเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยด้วย









