"พ.ต.อ.สรรักษ์"จำเลยร่วมคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุ เบิกความยันไม่เกี่ยวอุ้มฆ่า ศาลนัดสืบพยานจำเลยอีก 26 ก.ย.นี้
ศาลสืบพยานจำเลยคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย หมายเลขดำ อ.119/2553 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ , พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน , พ.ต.อ. ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี , พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต. ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจ นอกราชการ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ เพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 289, 309, 310 กรณีที่กล่าวหาระหว่างว่าวันที่ 12-15 ก.พ.33 พล.ต.ท.สมคิด กับพวกซึ่งได้รับมอบหมายสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่านักการทูตซาอุดิอาระเบียกับพวกร่วมกัน ลักพาตัว นายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ประกอบธุรกิจจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เนื่องจากจำเลยทั้งห้าเข้าใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนักการทูตซาอุดิอาระเบีย
โดยวันนี้ พ.ต.อ.สรรักษ์ จำเลยที่ 2 ขึ้นเบิกความยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่านายมูฮัมหมัดแต่อย่างใด ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรอง สว.สส.กองบังคับการตำรวจนครบาลใต้ ส่วนพล.ต.ท.สมคิด จำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่ง รองผกก. อยู่คนละแผนก ซึ่งจำเลยไม่ได้อยู่ในชุดทำงานของพล.ต.ท.สมคิด ซึ่งการทำงานในอดีตก็เคยเรียกระดมกำลังที่โรงแรมฉิมพลีบ้าง 1-2 ครั้งก่อนจะออกปฏิบัติการ แต่ไม่เคยใช้โรงแรมและสถานที่อื่นๆเป็นเซฟเฮ้าส์ และไม่เคยนำตัวนายมูฮัมหมัดไปกักขังสอบปากคำ หรืออุ้มฆ่าแต่อย่างใด โดยจำเลยไม่เคยรู้จักนายมูฮัมหมัดมาก่อนและได้ยินชื่อครั้งแรกจากกรณีที่เป็นข่าว ขณะที่การสืบสวนสอบสวนคดีการหายตัวไปของนายมูฮัมหมัดเมื่อปี 2536 มี พล.ต.ท.สมคิด ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเพียงคนเดียว ไม่มีจำเลยอื่นด้วย แต่ต่อมาปี 2552 พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก พยานโจทก์ กลับคำให้การระบุว่าจำเลยคนอื่นๆร่วมกระทำผิดด้วย ส่วนแหวนที่อ้างว่าเป็นของนายมูฮัมหมัดนั้นจำเลยก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะในช่วงที่ถูกกล่าวหาและเข้าให้การที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยได้ขอดูแหวน แต่พนักงานสอบสวนกลับไม่ให้ดู ซึ่งจำเลยได้เห็นแหวนครั้งแรกที่ศาลในวันที่สืบพยานโจทก์เท่านั้น
พ.ต.อ.สรรักษ์ เบิกความอีกว่า ส่วนบันทึกคำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชชัย ที่ส่งประเด็นไปสืบยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต(ยูเออี) ที่กล่าวหาว่าจำเลยกับพวก นำตัวนายมูฮัมหมัดไปที่โรงแรมฉิมพลีนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีเลย และตลอดระยะเวลารับราชการ 21 ปี จำเลยมีความประพฤติดีโดยตลอด ไม่เคยโดนโทษทางวินัยและอาญา
ภายหลังเบิกความเสร็จสิ้น ศาลนัดสืบพยานจำเลยครั้งต่อไป ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น.








