วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำเมาทำผิดพรบ.คุมเหล้าฯพุ่ง675คดี

บริษัทน้ำเมาทำผิดพ.ร.บ.คุมเหล้าฯ พุ่ง 675 คดี ชี้นำโด่งมาตรา 32 โฆษณาจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายพร้อมจับมือนักโฆษณาสร้างความเข้าใจกฎหมาย

สมาคมโฆษณา ดิจิตอล ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน จัดเวทีชี้แจงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 หัวข้อ “โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบไหนผิดกฎหมาย” ทั้งนี้มีนักโฆษณาจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กว่า 20 บริษัทเข้าร่วม

นางสาวชนกธิดา ศิริวัตร นิติกรสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความถี่ของการทำผิดกฎหมายพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และพ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 นับวันยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากสถิติการดำเนินคดี ตั้งแต่ปี2553- 2556 พบว่า มีสูงถึง 675 คดี และมากกว่าครึ่งหนึ่งหรือ 330 คดี เป็นการทำผิดเกี่ยวกับการโฆษณา ซึ่งส่วนมากผิดตามมาตรา 32 เช่น การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ไม่มีข้อความคำเตือน ไม่มีข้อความสร้างสรรค์สังคม นอกจากนี้ยังพบรูปแบบสื่อที่ทำผิดมากที่สุด คือ ป้ายตู้ไฟ ป้ายแบนเนอร์ โปสเตอร์ ส่วนที่เหลือเป็นการโฆษณาผ่านแก้ว ร่มสนาม ทาวเวอร์เบียร์ ส่วนมาตรการที่ได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจและประชาชนเป็นอย่างดี คือ ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่

การโฆษณาตามกฎหมายฉบับนี้ หมายถึงการกระทำไม่ว่าวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยิน หรือทราบ “ข้อความ” เพื่อประโยชน์ทางการค้า และให้หมายความรวมถึง “การสื่อสารการตลาด” ซึ่งก็คือการแสดงข้อความที่หมายความรวมถึงการแสดงให้ปรากฏด้วยตัวอักษร ภาพ แสง เสียง เครื่องหมาย หรือการทำให้ประชาชนเข้าใจความหมายว่าเป็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นเอง ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่การห้ามแสดงตัวอักษร เครื่องหมายการค้า หรือบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ส่วนการสื่อสารการตลาดหมายถึง กิจกรรมที่ต้องการขายสินค้า บริการ สร้างภาพลักษณ์ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสาร ส่งเสริมการขาย การแสดงสินค้า การจัดหรือสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมพิเศษ และการตลาดทางตรง

นางสาวชนกธิดา ระบุว่า ยกตัวอย่าง กรณีคำพิพากษาศาล เมื่อวันที่14 ก.พ.2555 ได้พิพากษาไว้อย่างชัดเจนว่า การทำผิดตามมาตรา 32 วรรค 1 แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ1.การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นความผิดแล้ว และเป็นการห้ามโฆษณาโดยเด็ดขาด โดยการแสดงข้อความให้เห็นบ่อยๆ ถือเป็นการตอกย้ำการรับรู้ย่อมมีผลในทางโฆษณาครบถ้วนโดยไม่ต้องมีข้อความอื่นใดประกอบด้วย2.การแสดงชื่อหรือตราสินค้า อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงให้ผู้อื่นบริโภคไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้นตามมาตรา 32 วรรค1 จึงเป็นการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด ส่วนมาตรา 32 วรรค 2 และ 3 เป็นบทยกเว้นให้โฆษณาได้ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายแม่บท กฎกระทรวง และประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เกี่ยวข้อง

"กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ผู้ผลิตและนำเข้าสามารถจำหน่ายได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งมาตรการต่างๆอาจไม่เพียงพอต่อการควบคุม ทำให้ภาคธุรกิจซึ่งมีเงินทุนจำนวนมหาศาล ยังมีการโฆษณา และส่งเสริมการขายเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะเยาวชนให้เข้ามาเป็นนักดื่มหน้าใหม่ ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อปรับเปลี่ยนค่านิยมให้ลดการดื่ม โดยต้องขอความร่วมมือจากนักโฆษณา เพื่อผลิตโฆษณาที่สร้างสรรค์ ไม่ทำผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงการหนุน ส่งเสริม หรือสนับสนุน ให้เยาวชน มีแรงจูงใจในการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้มีเจตนารมณ์ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคม ปรับสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมสู่สังคมสุขภาวะ โดยเฉพาะการมุ่งคุ้มครองคนรุ่นใหม่ไม่ให้เข้าถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดปัญหาสุขภาพ สังคม ความรุนแรง อาชญากรรม เศรษฐกิจ" นางสาวชนกธิดา กล่าว