วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.ทส.เตรียมทำแผนบูรณาการแก้บุกรุกป่า

"วิเชษฐ์"ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เตรียมจัดระเบียบชัดเจน

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ เลขานุการ และนายนิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทางลงพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อติดตามกสถานการณ์การบุกรุกพื้นที่ป่าในพื้นที่ต้นน้ำ เนื่องพบว่ามีรายงานการบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำในลุ่มน้ำแม่แจ่ม และลุ่มน้ำแม่กลาง จากกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจสอบว่ามีการบุกรุกทำลาย กว่า 3 แสนไร่ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งยังผลเสียต่อความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งส่งผลให้เกิดปัญหาด้านอุทกภัย ดินโคลนถล่ม ภัยแล้ง

ทั้งนี้ที่ทางผ่านได้มีการออกคำสั่งให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวแบบบูรณาการ โดยการยึดคืนพื้นที่ และหยุดยั้งการลักลอบการค้าผลผลิตจากป่า แก้ไขปัญหาที่ดินป่าด้วยการจัดทำแนวเขตพื้นที่ป่าให้ชัดเจน รวมทั้งจัดสรรพื้นที่ทำกินให้เหมาะสม เร่งเพิกถอนพื้นที่เอกสารสิทธิโดยมิชอบ

นายวิเชษฐ์ กล่าวว่า ตามกำหนดการตน จะต้องบินสำรวจพื้นที่ป่า ในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกมากที่สุดของประเทศ โดยในปี 2556 มีพื้นที่ป่าคงเหลืออยู่ประมาณ 4.4 ล้านไร่ จาก 6.5 ล้านไร่ ถูกทำลายไปแล้วก่า 2.1 ล้านไร่ แต่เนื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย จึงเดินทางมาตรวจสอบในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ แทน ทั้งนี้พื้นที่ลุ่มน้ำทั้ง 6 ลุ่มน้ำประกอบด้วย ปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ป่าสัก มีพื้นที่ป่ากว่า 78 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ 31 ล้านไร่ หรือประมาณ40% ปัจจุบันมีการบุกรุกไปแล้ว กว่า 11% หรือประมาณ 3.7ล้านไร่ ซึ่งแนวโน้มการบุกุรกพื้นที่ป่าต้นน้ำมีเพิ่มขึ้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นจะต้องมีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมที่ทันสมัย และปัจจุบัน เข้ามาใช้ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการรายงานด้วยข้อมูลที่ล่าหลัง โดยจะต้องใช้ภาพถ่ายดาวเทียมแบบปีต่อปี เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์แบบทันถ่วงที เบื้องต้นในการตั้งวอลลูมในการรวบรวมเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ด้วยการเก็บข้อมูลทุกหน่วยงานเข้ามารวม เป็นข้อมูลในการติดตามสถานการณ์ และในอนาคตจะเป็นการเผยแพร่แบบเรียวไทม์ รวมทั้งในอนาคตจะมีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่าด้วย

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดำเนินการจัดทำแผนบูรณาการเพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งในเรื่องของการป้องกัน รักษา และทำนุบำรุงพื้นที่ป่า ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการทำแผนบูรณาการ คาดจะดำเนินการแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ ซึ่งถือว่าเรื่องของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเรื่องระดับประเทศที่จะต้องมีการแก้ไขอย่างจริงจังและทั่วโลกให้ความสนใจ เบื้องต้นได้มีการวางแผนบูรณาการ ว่าจะมีการยึดคืนพื้นที่และจัดหาพื้นที่ทำกินที่เหมาะสม ทดแทนการบุกรุกพื้นที่ป่า และจัดทำแนวเขตที่ชัดเจน โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในพื้น พร้อมจัดระบบการดูแลป่าให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วยที่ด้วย เนื่องจากได้มีการค้นคว้าวิจัยพบว่า เศษใบไม้ในพื้นที่ป่า ที่ร่วงลงดิน จะสามารถซึมซับน้ำได้กว่า 7 เท่า โดยจะสามารถชะลอสถานการณ์น้ำหลากได้ หากประชาชนไม่เข้าไปบุกรุก หรือตัดป่า

นายนิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ในส่วนของทางกรมอุทยาน ฯ จะมีการนำนโยบายต่างๆที่ทางรัฐมนตรีมอบหมาย ทั้งเรื่องของการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมที่ทันสมัย การใช้เทคโนโลยี เข้ามาปรับใช้ในการทำงาน เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าทั้งในพื้นที่ป่าสงวน และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง ก่อนส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแล และการทำแนวเขตพื้นที่ทับซ้อน พื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ และป่าสงวน โดยจะเร่งดำเนินการ อย่างรวดเร็ว รวมทั้งจะทำการยึดคืนพื้นที่ป่าด้วยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ หากเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ก็จะรักษาสภาพป่าไว้ นอกจากนี้ในเรื่องของการค้าสัตว์ป่า ทั้งงาช้าง นอแรด ไม้พะยูง จะมีการทำแผนยุทธศาสตร์บูรณาการความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นพบว่ากำลังมีการดำเนินการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่า และไม้พะยูง ด้วย

ขณะที่ข้อมูลการกระทำความผิดการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ในปี 2555 จำนวน 7คดี ในปี2554 จำนวน 8 คดี และในปี 2553 จำนวน 12 คดี โดยในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม มีการปลูกข้าวโพดกว่า 170,000 ไร่ มากที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีภาคเอกชนเข้ามาส่งเสริม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าแบบไร่เลื่อนลอย ซึ่งหลังจากนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจะเร่งดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น