ชาวสวนยางทั่วประเทศยกเว้นใต้ ยอมยุติการเคลื่อนไหว วันที่ 3 ก.ย.นี้ ระบุจะหารือกันเองในวันที่ 30 ส.ค. เชื่อสถานการณ์จะเบาบางลงไปมาก
นายเทอดศักดิ์ เสริมศรี ประธานเครือข่ายชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ข้อเสนอของรัฐบาลที่จะจ่ายเงินช่วยเป็นค่าปุ๋ยให้แก่ชาวสวนยางเป็นระยะเวลา 7 เดือนไปถึงเดือนมี.ค.57 ซึ่งจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 3 ก.ย.นี้ เป็นข้อเสนอที่ชาวสวนยางพอรับได้ เพราะแม้จะไม่ได้ราคายางตามที่เรียกร้องกิโลกรัม(กก.)ละ 92 บาท แต่เมื่อนำเงินช่วยเหลือมาคิดเป็นราคายางเฉลี่ยอยู่ที่กก.ละ 89 บาท ซึ่งตนได้นำข้อสรุปนี้ มาชี้แจงต่อประธานภาค ในเครือข่ายชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ที่มีทั้งหมด 15 คน ในจำนวนนี้มี 9 คน ที่เป็นตัวแทนภาคเหนือ กลาง อีสาน และตะวันออก รับเงื่อนไขของรัฐบาลได้ เหลือกลุ่มประธานภาคใต้ 6 คน ที่ขอเวลาหารือกันเอง ในวันที่ 30 ส.ค.นี้
"มีข้อสรุปกันแล้วว่าเครือข่ายชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ กลาง อีสาน และตะวันออก จะยุติการเคลื่อนไหวปิดถนนในวันที่ 3 ก.ย.นี้ และจะไม่มีการเดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลด้วย แต่ทางเครือข่ายฯ คงไปห้ามชาวสวนยางกลุ่มอื่นๆ ไม่ให้เคลื่อนไหวก็คงไม่ได้ แต่เชื่อว่าเมื่อทางเครือข่ายฯ ยุติการเคลื่อนไหวแล้ว สถานการณ์เคลื่อนไหวของชาวสวนยางในวันที่ 3ก.ย.นี้ จะเบาบางลงไปมาก"
ทั้งนี้ ยอมรับว่าในการหารือระหว่างตัวแทนชาวสวนยาง กับตัวแทนรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีตัวแทนเกษตรกรบางคนวอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุมจริง แต่เกิดจากความไม่เข้าใจกัน เพราะนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกรระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนกรานว่ารัฐบาลจะไม่เข้าแทรกแซงราคายาง เพราะการเข้าไปรับซื้อ จะทำให้รัฐบาลต้องแบกภาระยางในสต๊อก ซึ่งผู้ซื้อยางจะจ้องกดราคา จึงไม่มีทางที่การรับซื้อยางจะช่วยให้ราคายางในประเทศสูงขึ้นได้ ขณะที่ตัวแทนเกษตรกรบางคนที่ไม่เข้าใจก็มองว่า รัฐบาลมีท่าทีแข็งกร้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเกษตรฯว่า ในวันที่ 30 ส.ค.นี้ นายยุคล ในฐานะประธานคณะกรรมการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (ส.ก.ย.) จะเรียกประชุมบอร์ดส.ก.ย. เพื่อหารือแนวทางปรับลดเงินธรรมเนียมส่งออกยาง(เซส) ลงกก.ละ 2 บาท จากปัจจุบันจัดเก็บจากผู้ส่งออกในอัตรากก.ละ 2.50 บาท ซึ่งในทางปฏิบัติผู้ส่งออกก็จะผลักภาระให้เกษตรกรเป็นผู้จ่าย ทั้งนี้ หากบอร์ดส.ก.ย. ยอมลดอัตราเก็บเงินเซสลง 2 บาท จริงจะทำให้เกษตรกรได้รับราคายางเพิ่มขึ้นกก.ละ 2 บาทด้วยเช่นกัน









