วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยุคล'ไม่กล้ารับปาก3ก.ย.ไม่มีชุมนุมใหญ่

"ยุคล"ไม่กล้ารับปาก 3 ก.ย.ไม่มีชุมนุมใหญ่ อ้างไม่ไปนครฯ เพราะไม่มีแกนนำให้เจรจา

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการหารือกับตัวแทนเกษตรกรยางพาราเพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำว่า ผลการหารือล่าสุดกับตัวแทนเกษตรกรยางพาราที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลจะช่วยค่าชดเชยให้เกษตรกรไร่ละ 1,260 บาทไม่เกิน 10 ไร่ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยหมื่นกว่าบาท อย่างไรก็ตาม เกษตรกรขอต่อรองขยายค่าชดเชยเพิ่มเป็น 25 ไร่ ซึ่งต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.)อีกครั้ง นอกจากนี้คณะกรรมการกลั่นกรองราคายางยังตั้งงบประมาณให้เกษตรกรกู้ยืมวงเงิน 2 หมื่นล้านบาทด้วย โดยแบ่งให้เกษตรกรกู้ยืม 5 พันล้านบาทผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และให้อุตสาหกรรมยางกู้อีก 15,000 ล้านบาทผ่านธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารออมสิน ยืนยันว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ส.ค.นั้นไม่มีการวอลค์เอาท์ออกจากที่ประชุมตามที่มีกระแสข่าว

ส่วนการไม่เอาผิดกับเกษตรกรที่มาชุมนุมปิดถนนนั้น มอบให้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปประสานแก้ปัญหาแล้ว โดยข้อสรุปที่ได้จากการประชุมเมื่อวันที่ 28 ส.ค.นั้น ตัวแทนเกษตรกรส่วนใหญ่พอใจกับหลักการในระดับหนึ่ง แต่ไม่กล้ารับปากว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 3 ก.ย.อีกหรือไม่ แต่จะช่วยไปพูดคุยทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่โดยเฉพาะที่จ.นครศรีธรรมราชให้ ทั้งนี้ เชื่อว่าเกษตรกรจะไปพูดคุยทำความเข้าใจกันเองได้ และการที่ตนไม่ลงพื้นที่ไปเจรจากับชาวสวนยางที่จ.นครศรีธรรมราชนั้น เนื่องจากการชุมนุมที่จ.นครศรีธรรมราชไม่มีแกนนำ จึงไม่รู้จะไปคุยกับใคร ต่างคนต่างมีความต้องการของตัวเอง คุยไปก็ไม่จบ จึงต้องให้เกษตรกรไปคุยกันเอง อย่างไรก็ตาม ตนไม่กล้ารับปากว่าจะไม่มีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 3 ก.ย. เดี๋ยวจะหาว่าไปท้าทายกัน แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะเบาบางลงในระดับหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เกษตรกรชาวสวนยางพาราบางส่วนยังไม่พอใจผลการหารือที่ออกมา นายยุคลกล่าวว่า เกษตรกรต้องปรับวิธีคิดใหม่ เพราะรัฐบาลหามาตรการช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นตามที่ต้องการแล้ว ถ้ายังคิดว่าต้องการได้ยางพาราตามราคาที่ต้องการนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะจะกระทบต่อกลไกการตลาด ประเทศไทยไม่ใช่ผู้กำหนดราคายาง หากยังคิดว่าต้องได้ราคาตามที่ต้องการในที่สุดก็จะถูกกดราคายิ่งขึ้นอีก เพราะขณะนี้เรามียางพาราค้างสต็อกอีกจำนวนมาก ถ้าไปกำหนดราคาว่าต้องได้ 100 บาทต่อกิโลกรัมแล้วถ้าไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ใครจะรับผิดชอบ