วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยธ.พร้อมฟังยกเลิกใบกระท่อมพ้นยาเสพติด

รมว.ยธ.พร้อมเปิดเวทีสาธารณะรับฟังข้อดีข้อเสียก่อนยกเลิกกระท่อมพ้นยาเสพติด ชี้ออกฤทธิ์เสพติดน้อยกว่ากาแฟ-เครื่องดื่มชูกำลัง

นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 และนำมาใช้ทดแทนหรือบำบัดผู้ติดยาเสพติดว่า หากจะมีการแก้กฎหมายยกเลิกกระท่อมจากพ.ร.บ.ยาเสพติด จะต้องมีข้อมูลงานวิจัยสนับสนุนถึงข้อดี-ข้อเสียที่ชัดเจน รวมถึงการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หากได้รับการสนับสนุนจริงจังก็สามารถผลักดันให้เป็นจริงได้ เบื้องต้นจากการหารือกับผู้เชี่ยวชาญพบว่า ใบกระท่อมมีสารอัลคาลอยด์ซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดมีทราไกไน แต่ออกฤทธิ์ในการเสพติดน้อยมากเมื่อเทียบกับการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีคาเฟอีนผสมอยู่ เนื่องจากคาเฟอีนในกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลังที่ดื่มกันเป็นประจำทุกวันออกฤทธิ์เป็นสารเสพติดมากกว่าใบกระท่อม แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถนำใบกระท่อมมาใช้ทดแทนยาบ้าหรือยาไอซ์ได้หรือไม่ ในชั้นนี้เป็นเพียงการเสนอทางออกหนึ่งให้กับผู้ที่มีความเครียดหรือผู้ที่ต้องการเลิกเสพยาเสพติด

"หลังจากนี้จะต้องเข้าไปตรวจสบว่าเหตุใดจึงมีการกำหนดให้กระท่อมเป็นยาเสพติด เพื่อเสนอยกเลิกให้กระท่อมพ้นจากการเป็นยาเสพติด ส่วนตัวเห็นว่าการยกเลิกจะเป็นประโยชน์มากกว่า แต่การจะนำมาทดแทนยาบ้าหรือไม่ยังไม่แน่ใจ คนที่ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังทุกเช้า เมื่อไม่ดื่มก็บอกว่าไม่สดชื่น หรือคนที่สูบบุหรี่บอกว่าสูบแล้วสบายใจ ถ้าผู้เสพยาบ้าหรือยาไอซ์หันมาใช้ใบกระท่อมแล้วสบายใจก็น่าจะดีกว่า เพราะไม่ต้องไปพึ่งยาเสพติดก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่า เพราะเรื่องเหล่านี้มีผลทางจิตวิทยาว่ากินแล้วสบายตัวคลายเครียด ทำงานได้ดีขึ้น"

สำหรับข้อกังวลของฝ่ายความมั่นคงที่เกรงว่าหากยกเลิกจะทำให้มีการนำใบกระท่อมไปผสมเป็นยาสี่คูณร้อย รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า แนวคิดที่จะมีการยกเลิกใบกระท่อมมีมานานแล้ว แต่ต้องหยุดไปเพราะมีข้อคัดค้านของฝ่ายความมั่นคง กรณีสี่คูณร้อยอยากให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าสี่คูณร้อยคือการนำใบกระท่อมไปผสมกับยาเสพติดอื่นคือยาแก้ไอที่มีสารเสพติดเป็นยาต้องห้าม ลำพังตัวใบกระท่อมไม่ใช่ยาเสพติดแต่เมื่อไปผสมกับยาเสพติดก็คือยาเสพติด หากไม่ใช้ใบกระท่อมไปผสมกับยาแก้ไอ แต่ใช้ยาบำรุงไปผสมก็จะไม่มีผลให้ยาชูกำลังกลายเป็นยาเสพติดไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการนำใบกระท่อมมาทดแทนต้องมีการวิจัยอย่างจริงจังและจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา

"ผมเติบโตมาในสวนย่านฝั่งธนบุรี เห็นการปลูกและใช้ใบกระท่อมแต่ไม่เคยเห็นคนเมาคลั่งเหมือนผลข้างเคียงจากการใช้ยาเสพติดอื่น เราไม่ได้สนับสนุนให้คนเสพกระท่อม อยากให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าเห็นว่าใช้แล้วเกิดประโยชน์ ลดการเสพยาบ้าหรือเลิกไปได้เลย ส่วนตามท้องถิ่นที่เคยใช้ใบกระท่อมเป็นยาก็สามารถใช้ได้ตามปกติ ไม่ใช่การสนับสนุนให้มาลองใบกระท่อมเพราะดีอย่างโน้นอย่างนี้ แม้แต่กาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังเราก็ไม่ควรสนับสนุนเพราะไม่ใช่สิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต"นายชัยเกษมกล่าว

จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าพื้นที่ที่มีต้นกระท่อมมากที่สุดในประเทศคือพื้นที่จ.สตูล โดยใบกระท่อมยังใช้กันกว้างขวางในผู้ที่ขับรถบรรทุกและผู้ใช้แรงงาน โดยกลุ่มผู้ใช้มองว่ากระท่อมไม่ใช่สารเสพติดแต่ออกฤทธิ์ทำให้ทำงานหนักได้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะอาชีพขับรถบรรทุกซึ่งจำเป็นต้องทำให้ประสาทตื่นตัวตลอด เช่น การดื่มกาแฟ แต่กาแฟและเครื่องดื่มชูกำลังมีราคาแพงเฉลี่ยขวดละ 10-15 บาท เมื่อเทียบกับใบกระท่อมที่มีราคาเพียง 1-3 บาทต่อใบ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันตำรับยาแผนโบราณก็นำใบกระท่อมมาเป็นส่วนผสมของยาบางชนิดโดยจะมีการขออนุญาตจากองค์การอาหารและยา(อย.)ก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้หากใช้ให้ถูกวิธีก็ถือเป็นยาพื้นบ้านที่มีประโยชน์