วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชุมรัฐสภา ถกแก้รธน. วันที่4เริ่มแล้ว

ประชุมรัฐสภา ถกแก้รธน.วันที่4 เริ่มแล้ว "ฝ่ายค้าน"ยกข้อสังเกต "คปก."หารือ-ส.ว.ท้วงว่าขัดรธน.จริง เหตุแก้รธน.กระทบองค์กรสูงสุดการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น. การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราว่าด้วยที่มาของส.ว.เป็นวันที่4 ได้เริ่มขึ้น โดยมีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมเป็นการพิจารณาต่อเนื่องในมาตรา 3 ว่าด้วยการแก้ไข มาตรา 111 เกี่ยวกับการให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 200 คน และแก้ไขมาตรา 112 ว่าด้วยวิธีการเลือกตั้ง โดยกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยประชาชนมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งได้ 1 คนและหากในจังหวัดใดที่สามารถเลือกส.ว.เกิน1คนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับได้รับเลือกตั้งเป็นส.ว. หลังจากที่รัฐสภาได้มีการพักประชุมไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามถึงกรอบการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันนี้ (27 ส.ค.) ซึ่งนายนิคม ชี้แจงว่าจะมีการประชุม ในเวลา 10.00-22.00 น. รวมเวลา 12ชั่วโมง ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้หารือต่อประเด็นที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ส่งหนังสือถึงประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา เพื่อแสดงความเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลุ่มมาตราที่ว่าด้วยส.ว.นั้นส่อขัดต่อเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นประเด็นดังกล่าวจะมีการพิจารณาอย่างไรเพื่อไม่ให้การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ซึ่งนายนิคม ชี้แจงว่าตนได้รับหนังสือแล้ว และเห็นว่าเป็นประโยชน์ ดังนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ห้องประชุมแจกเอกสารดังกล่าวให้กับสมาชิกด้วย จากนั้นให้นายยสามารถ แก้วมีชัย ส..ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าความเห็นดังกล่าวเป็นการให้ความเห็นทางกฎหมายของนายคณิต ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการท้วงติงเกี่ยวกับการพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่าด้วยการเปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)มายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ทั้งนี้เป็นสิทธิ์ที่นายคณิตจะแสดงความเห็นได้ แต่ไม่ใช่ผู้ที่ชี้ขาดว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตรวจสอบหากมีผู้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาพิจารณาตามหลักการจะแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 115 มาตรา116 วรรคสอง มาตรา117 มาตรา 118 มาตรา 120 และมาตรา 241 วรรคหนึ่ง และยกเลิกมาตรา 113 และ มาตรา 114 โดยเมื่อรัฐสภารับหลักการแล้วและเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ส.ส.และกรรมาธิการ สามารถขอแปรญัตติและแก้ไขเปลี่ยนแปลงจากร่างเดิมได้ เช่นเดียวกันคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว.

ขณะที่นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา กล่าวว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่ว่าด้วยที่มาของ ส.ว. ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง อาทิ ให้สว.เป็นไปตามจำนวนประชาชนประชากร, เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ ให้บุพการี ลูก ของนักการเมืองและให้นักการเมืองที่ลาออกจากตำแหน่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว.ได้ ถือเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขัดต่อเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้ส.ว.เป็นกลาง ถ่วงดุล ซึ่งจะก่อให้เกิดการขาดดุลยภาพ ทั้งนี้ขอให้พิจารณาคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งที่พิจารณาร่างไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ ทั้งนี้ได้ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติของประชาชน และวุฒิสภาที่เป็นองค์กรสูงสุดทางการเมืองและได้รับการสถาปนาโดยประชาชน ต้องมีการทำประชามติก่อน แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะระบุว่าสามารถแก้ไขเป็นรายมาตราได้ ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ไขรายมาตราได้ทุกเรื่องส่วนตัวมองว่าสามารถแก้รายมาตราได้ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับหลักการและกระทบองค์กรสุงสุดทางการเมือง

ขณะที่นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากมีบุคคลยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่ว่าด้วยที่มาส.ว. และมีการวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตนขอเรียกร้องอย่าไปกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุ

หลังจากที่ที่ประชุมรัฐสภา หารือประเด็นดังกล่าว ประมาณ 40 นาที นายนิคม ได้ขอให้เข้าสู่ประเด็นการอภิปรายตามที่มีบุคคลสงวนคำแปรญัตติ โดยไม่ได้สรุปในประเด็นการหารือดังกล่าวแต่อย่างใด