"ถาวร"แนะรัฐบาลพูดคุยตัวแทนบีอาร์เอ็น ต้องทำคู่ ตรวจเข้ม-หาข่าว-ไล่ล่า
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลาและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีสังหารหมู่ตำรวจ 4 นาย ที่หน้าโรงเรียนอนุบาลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ว่า ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผุ้ก่อการและแนวร่วมแทรกซึม และกระจายเข้ามาในเขตเมืองแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เคยรู้สำนึกถึงความปลอดภัยของประชาชน ทั้งในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย การเน้นเจรจาตามที่ฝ่ายรัฐบาลอ้างแต่กลับไม่จำกัดเสรีของฝ่ายก่อการทั้งการหาข่าว ตั้งด่านตรวจ ลาดตระเวน และไล่ล่าหย่อนยานปล่อยให้มีการขนอาวุธ วางระเบิด เพราะผู้บังคับบัญชาและระดับนโยบายไม่เคยลงพื้นที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าราชการ
อดีตรมช.มหาดไทย กล่าวว่า สมัยตนทำหน้าที่ดูแลภาคใต้ ได้ตั้งสำนักงานรัฐมนตรีส่วนหน้าและอยู่ในพื้นที่อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ลงตรวจพื้นที่ตลอด สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติว่าคนสั่งการชั้นนโยบายก็ยังปักหลักพักค้างเคียงบ่าเคียงไล่กับเขา โจรที่จะก่อการก็ไม่กล้าทำ ประชาชนก็อุ่นใจ มวลชนและคนในพื้นที่ก็จะอยู่ข้างเราและค่อยเป็นหูเป็นตาให้ ซึ่งสวนทางกับการบริหารงานของรัฐบาลนี้ทั้งสิ้นที่ใช้เงินเป็นตัวตั้ง นำเงินไปแจกจ่าย แต่เหตุการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ชาวบ้านก็กลัวโจรไม่ไว้วางใจไม่ให้ข่าว เราก็เสียแนวร่วม ปัญหาก็ยิ่งทวีความรุนแรง
นายถาวร กล่าวว่า สำหรับการเจรจานั้นตนเห็นด้วย เพราะทุกปัญหาต้องแก้ไขด้วยการเจรจา แต่การเจรจาเป็นแค่หนึ่งในกิจกรรมการแก้ไขปัญหา ต้องทำควบคู่ไปกับการหาข่าว ตั้งด่าน ลาดตระเวน และไล่ล่า พร้อมไปกับการพัฒนาพื้นที่ช่วยแก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจของชาวบ้าน ถ้าไม่ทำพร้อมกันก็ไม่ได้ผล แนวร่วมโจรจะมากขึ้น วันนี้กลายเป็นว่ารัฐบาลส่งสัญญาณผิด ทั้งก่อกลุ่มผู้ก่อการและเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติ หากยังไม่มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เหตุการณ์คุยไปฆ่าไปเช่นนี้ก็จะรุนแรงมากขึ้น การหวังให้กลุ่มวาดะห์มาแก้ไขบอกได้เลยว่าประชาชนในพื้นที่ไม่เอาแล้ว
"ในยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มี 2รัฐมนตรีของกลุ่มวาดะห์อยู่ในพื้นที่ยังปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อุ้มฆ่า วันนี้ชาวบ้านไม่เชื่อถือ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการเจรจาควบคู่ไปกับความเข้มงวด และอย่าอุ้มฆ่า อย่าใช้วิธีพิเศษ อย่าสั่งเก็บเหมือนที่เคยผ่านมา เพราะประชาชนในพื้นที่รู้เขาจะต่อต้านมากขึ้น ที่สำคัญระดับนโยบายต้องลงมา และขอเตือนรัฐบาลว่าอย่าลงนามรับรองข้อเรียกร้องของตัวแทนบีอาร์เอ็นทั้ง 5 ข้อเสนอแรก และ7 ข้อเสนอหลัง เพราะหากเซ็นต์รับรองจะกลายเป็นทรยศต่อชาติและพี่น้องประชาชน ขอให้ยืนยันใน 3 ข้อที่ลงนามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 56 คือ1.เป็นการพูดคุยเจรจาโดยยึดหลักตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย2.มาเลเซียอยุ่ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจาเท่านั้น และ3.คู่เจรจาทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในสันติภาพ ยุติการใช้ความรุนแรง"






