"ประเทศไทยก็มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในเอเชีย เป็นปัญหาใหญ่เชิงโครงสร้างที่ยากจะเข้าใจ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข": ประเวศ วะสี
จากปัญหาความเหลื่อมล้ำและการเข้าไม่ถึงสิทธิของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย ที่ปัจจุบันได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาการกระจายตัวของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่หลากหลายกลุ่มที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลต้องเร่งลงมาดูแล ล่าสุดวานนี้(14 ส.ค.)สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ (สท.)กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดประชุมสมัชชาพัฒนาสังคมระดับชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2556 ในหัวข้อ เพิ่มช่องทางสิทธิ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมขึ้น
ทั้งนี้ ในเวทีสัมมนาได้ให้ความสำคัญ โดยเน้นประเด็นการส่งเสริมสิทธิแก่ผู้ด้อยโอกาส แบ่งออกเป็น 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การเข้าถึงกองทุนสวัสดิการชุมชน 2.สิทธิของคนไร้ที่พึ่ง 3.สิทธิของคนไม่มีสถานะทางทะเบียน และ 4. การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงสิทธิและพัฒนาสังคม โดย นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องสร้างคน สร้างสิทธิ
นพ.ประเวศ บอกว่า ประเด็นทางสังคมที่ทั่วโลกให้ความสำคัญคือ การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ เพราะความเหลื่อมล้ำเป็นตัวก่อปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย แม้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้วก็ตาม แต่ยิ่งมีความเจริญมากเท่าไหร่ ความเหลื่อมล้ำก็มีมากเท่านั้น โดยประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา มีคนที่ติดอยู่ในคุกมากที่สุดถึง 2 ล้านคน เพราะปัญหาจากความเหลื่อมล้ำ
ส่วนประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุดคือ ญี่ปุ่น ในขณะที่ประเทศไทยก็มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในเอเชีย ดังนั้น ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาใหญ่เชิงโครงสร้างที่ยากจะเข้าใจและแก้ไข เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนต้องช่วยกันพิจารณาแก้ไข
"การมีสมัชชาพัฒนาสังคมเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทุกภาคส่วน จะช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องยากๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งประเทศไทยมีทรัพยากรมากมายที่สามารถสร้างประเทศให้น่าอยู่ได้ หากทุกส่วนช่วยกันสร้างความเข้าใจและช่วยกันสร้างพลังความมุ่งมั่นร่วมกัน"
"แต่คนไทยไม่เคยมีวัตถุประสงค์ที่จะร่วมสร้างความมุ่งมั่นเพื่อส่วนรวมร่วมกัน มีแต่มุ่งเพื่อส่วนตัว พวกพ้อง ทั้งที่เราพัฒนาด้านเศรษฐกิจมา 50 ปี พัฒนาการเมืองมา 81 ปี และพัฒนาศีลธรรมที่พระสอนทุกวัน แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น เพราะเรายังขาดความเข้าใจในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ซึ่งหมายถึงการร่วมคิดร่วมทำ ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ เพราะสังคมเข้มแข็งเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตประเทศ"นพ.ประเวศ กล่าว
นพ.ประเวศ ยังแนะอีกว่า การสร้างสังคมเข้มแข็งต้องประกอบด้วย 1.สร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมือง มีจิตสำนึกเพื่อสาธารณะที่ทำเพื่อส่วนรวม แต่การศึกษารอบ 100 ปี ไม่ได้สร้างบุคลิกคนไทยที่พึงปรารถนา ทำแต่ท่องหนังสืออย่างเดียว ประเด็นที่ 2.รวมตัวกันร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ทุกองค์กรและทุกเรื่อง และ 3.กระจายอำนาจให้พื้นที่ต่างๆ เพื่อดำเนินการกันเอง ต้องเปิดพื้นที่ทางสังคมและเปิดพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง
ทั้งนี้ พม.ต้องเป็นกระทรวงเกรดเอ เพื่อทำงานเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องสนับสนุนทางวิชาการและนโยบาย ประสานการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของประเทศ และจัดทำ Mapping เพื่อเป็นแผนแม่บทที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ
นายอนุสันต์ เทียนทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้วยโอกาสและผู้สูงอายุ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานสมัชชาพัฒนาสังคมระดับชาติครั้งที่ 1 ประจำปี 2556 ให้ข้อมูลว่า ใน
ปัจจุบันนี้ ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิอย่างที่ควรจะเป็น และไม่ได้รับการยอมรับในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มบุคคลที่คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดและประกาศให้เป็นบุคคลที่ต้องได้รับการจัดสวัสดิการสังคม เช่น 1.คนจน 2. คนเร่ร่อน ซึ่งอาจไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง 3. ผู้ที่มีปัญหาสถานะบุคคล 4. ผู้ที่ได้รับเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ และ 5. ผู้ที่ถูกส่งกลับคืนชุมชนหรือผู้ที่พ้นโทษ ซึ่งจากการจัดทำสถานการณ์ของผู้ด้อยโอกาส 5 กลุ่มนี้พบว่ามีมากถึง 9.9 ล้านคนทั่วประเทศ
"เนื่องจากทั้ง 5 กลุ่มนี้ยังเข้าไม่ถึงและไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิ หรืออาจจะเข้าไม่ถึง แต่ยังไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นที่ยอมรับและมีศักดิ์ศรี ที่สำคัญยังไม่ได้ถูกผนวกรวมให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม นั่นคือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาของประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่าการบริหารจัดการทรัพยากรของรัฐ ยังไม่ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมสามารถเข้าถึงได้อย่างมีศักดิ์ศรี"นายอนุสันต์ กล่าว
นายอนุสันต์ บอกด้วยว่า การจัดประชุมสมัชชาพัฒนาสังคมระดับชาติครั้งที่ 1 จึงมีการกำหนดประเด็นสำคัญที่คิดว่าหากเร่งดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าถึงกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่เน้นศักยภาพของกองทุนฯในการจัดสวัสดิการแก่คนด้อยโอกาสในแต่ละชุมชน รวมทั้งสิทธิของคนไร้ที่พึ่ง ตามเจตนารมณ์ของร่างพ.ร.บ.คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ...ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนด้อยโอกาสทุกกลุ่ม
ขณะเดียวกันหารือเพื่อจัดทำข้อเสนอทางนโยบายในการจัดสวัสดิการคนเร่ร่อน ตลอดจนสิทธิของคนไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ โดยเน้นการส่งเสริมสิทธิและแนวทางขั้นพื้นฐานแก่บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ และการส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงสิทธิและพัฒนาสังคม
"การจัดสมัชชาพัฒนาสังคมครั้งนี้ จะให้สังคมมีความเข้าใจและมีเจตคติที่ดีต่อคนที่ยังประสบปัญหาทางสังคมและด้อยโอกาส และเราคาดหวังด้วยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ร่วมกันสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ความหลากหลายเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีการทำงานแต่ละประเด็นทั้ง 4 เรื่องนี้ที่มุ่งเน้นเรื่องของสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นที่ฐานเป็นสำคัญ" นายอนุสันต์ กล่าวย้ำ






