วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลังงานเลื่อนเปิดผลสอบน้ำมันรั่วกลางทะเล

"พงษ์ศักดิ์"เลื่อนสรุปสาเหตุท่อน้ำมันรั่วกลางทะเล ไปเป็นวันที่ 14 ส.ค.นี้ เหตุคณะกรรมการตรวจสอบต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและเป็นอิสระ

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสอบสวนสาเหตุน้ำมันรั่วลงทะเลของบมจ.ปตท.โกลบอล เคมิคอล หรือ พีทีทีจีซี ว่า ความคืบหน้าในการตรวจสอบสาเหตุท่อนำมันของพีทีทีจีซีรั่วกลางทะเล ที่มอบหมายให้คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี เป็นประธานกรรมการอิสระในการตรวจสอบสาเหตุดังกล่าว ได้แจ้งขอเลื่อนการสรุปผลการตรวจสอบเป็นวันพุธที่ 14 ส.ค. 2556 เนื่องจากยังต้องการเพิ่มเติมข้อมูลบางด้าน จากเดิมที่มีกำหนดแถลงผลการตรวจสอบผลในวันที่ 9 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและกิจการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งผู้ค้า ผู้ขนส่ง และโรงกลั่นกว่า 50 บริษัท ร่วมประชุมกำหนดเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสำหรับการขนส่งวัตถุอันตราย อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) เป็นต้น โดยที่ประชุมเห็นร่วมกันกำหนดมาตรการสำหรับการขนส่งวัตถุอันตรายทั้งทางน้ำ ท่อ รถยนต์ และรถไฟ โดยทางบกให้นำมาตรฐานการขนส่งน้ำมันของ เชลล์ และ ปตท. มาเป็นบรรทัดฐานให้ทุกบริษัทใช้ในการขนส่งน้ำมัน เช่น ให้คนขับทำงาน 9 ชั่วโมง พัก 11 ชั่วโมง และขับไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกล้องวงจรปิดตรวจดูคนขับ และติดอุปกรณ์จีพีเอสตรวจจับความเร็วของผู้ขับรถ ซึ่งได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานไปร่วมกำหนดมาตรการและให้มีผลดำเนินการใช้ภายใน 2 สัปดาห์

ส่วนการขนส่งทางน้ำ ให้เพิ่มเรือตรวจตรา เพิ่มบุคลากร รอบทุ่นระหว่างการขนถ่ายน้ำมัน รวมทั้งเพิ่มบูมกันน้ำมันและเตรียมสารเคมีสลายน้ำมักกรณีฉุกเฉินให้พร้อมในระหว่างการขนถ่ายน้ำมัน นอกจากนี้ให้เปลี่ยนท่ออ่อนที่ใช้ขนถ่ายน้ำมันทางทะเลให้เป็นความหนา 2 ชั้น โดยคาดว่าทุกบริษัทจะต้องใช้เวลาซื้อและเปลี่ยนท่อดังกล่าวประมาณ 8-12 เดือน และต้องตรวจสอบท่ออ่อนจนถึงทุ่นรับน้ำมันทุกๆ 3 เดือน

สำหรับท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ในอ่าวไทย 4 เส้น และพม่า 1 เส้นนั้น ได้ให้ ปตท. ไปจ้างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบท่อเส้นที่ 1 เป็นพิเศษ เนื่องจากใช้งานมากว่า 30 ปีแล้ว ดังนั้นต้องสำรวจความแข็งแกร่งของท่อเพื่อสร้างความมั่นคงในการขนส่งให้มากขึ้น

ในส่วนของการขนส่งทางรถไฟนั้น จะมีการซ้อมแผนฉุกเฉินในการขนส่งน้ำมันทางรถไฟที่จังหวัดอยุธยาในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งสั่งการให้บริษัทขนส่งวัตถุอันตรายต้องแจ้งมายังกระทรวงพลังงานและการรถไฟแห่งประเทศไทย หากพบว่ารางรถไฟส่วนใดชำรุด เพื่อทำการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนทันที ทั้งนี้จะให้กรมธุรกิจพลังงานประสานกับกระทรวงคมนาคมเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการดูแลการขนส่งวัตถุอันตราย โดยไม่ต้องรอกฎหมาย แต่เป็นการขอความร่วมมือแบบกึ่งบังคับให้ทุกฝ่ายดำเนินการร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนต่อไป