กรมประมงและจุฬาฯ แจงผลวิเคราะห์สารไฮโดรคาร์บอนในตัวอย่างสัตว์น้ำ ยันผลการตรวจสอบอยู่ในเกณฑ์ปกติ
นายวิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ดร.เพ็ญใจ สมพงษ์ชัยกุล ได้ส่งผลวิเคราะห์สารไฮโดรคาร์บอนในตัวอย่างสัตว์น้ำที่กรมประมงได้จัดเก็บในพื้นที่ที่เกิดการรั่วไหลของน้ำมันในบริเวณเกาะเสม็ด ผลการวิเคราะห์ปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในรูปสมมูลย์ไครซีน (chrysene equivalent) ในสัตว์น้ำที่จับเมื่อวันที่ 30-31 ก.ค. 2556 จากบริเวณที่ได้รับอิทธิพล และที่คาดว่าได้รับอิทธิพลจากคราบน้ำมัน ทั้งบริเวณชายฝั่งและห่างฝั่ง
ทั้งแหล่งประมงและแหล่งเพาะเลี้ยง ตั้งแต่นอกฝั่งหาดแม่รำพึง เขตอำเภอเมือง ไปจนถึงปากคลองลาวน เขตอำเภอแกลง จากการสุ่มเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำจำนวน 24 ชนิด ที่ทำการวิเคราะห์ ประกอบด้วย ปลา 15 ชนิด กุ้ง 1 ชนิด หมึก 1 ชนิด ปู 3 ชนิด และหอย 4 ชนิด พบว่ามีค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในเนื้อเยื่อสัตว์น้ำอยู่ระหว่าง 0.037 ถึง 1.444 ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง (ในรูปสมมูลย์ไครซีน) โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.38 (หรือค่ากลาง 0.24) ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง ในรูปสมมูลย์ไครซีน
แม้ว่าปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดคุณภาพมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับค่าของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิตในทะเล แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลการศึกษาการปนเปื้อนของปิโตรเลียมไฮโรคาร์บอนในสัตว์ทะเลบางชนิด ที่ได้จากหน้าอ่าวศรีราชาและเกาะสีชังฝั่งตะวันออก เมื่อปี 2551-2552 พบว่าค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่ปนเปื้อนในเนื้อเยื่อสัตว์น้ำที่จับจากพื้นที่เกิดเหตุครั้งนี้มีค่าต่ำกว่ามาก โดยค่าที่พบในปลาจากพื้นที่ศรีราชาอยู่ระหว่าง 8.52-15.52ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง ในรูปสมมูลย์ไครซีน อีกทั้งค่าที่ตรวจวิเคราะห์ได้ในครั้งนี้มีค่าใกล้เคียงกับค่าที่ตรวจวัดในสัตว์น้ำที่ได้จากอ่าวไทยตอนบนและชายฝั่งตะวันออก เมื่อปี 2526 (0.012 - 2.376 ไมโครกรัมต่อกรัม น้ำหนักแห้ง) ในรูปสมมูลย์ไครซีน
ดังนั้นเมื่อเทียบปริมาณสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนที่ตรวจวัดได้ในครั้งนี้กับที่เคยศึกษาในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งไม่ได้เกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล พบว่ามีค่าใกล้เคียงกันถึงต่ำกว่าในบางตัวอย่าง จึงกล่าวได้ว่า ณ ขณะนี้ สารประกอบสำคัญในคราบน้ำมันยังไม่ได้ปนเปื้อนในสัตว์น้ำอย่างไรก็ตาม กรมประมงจะติดตามผลในระยะยาวที่อาจเกิดจากการถ่ายทอดตามห่วงโซ่อาหารต่อไป








