วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คพ.เล็งเจาะพื้นทรายอ่าวพร้าวตรวจน้ำมันดิบ

คพ.เล็งเจาะพื้นทรายอ่าวพร้าวตรวจน้ำมันดิบ ระบุตามตรวจวิเคราะห์คุณภาพอากาศ-น้ำทะเล ต่ออีก 1 ปี ด้าน'ทช'เผยผลสำรวจเบื้องต้นไม่พบปะการังตาย

ความคืบหน้าการเก็บกู้ทำความสะอาดอ่าวพร้าว อุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังพีทีทีจีซีร่วมกับกองทัพเรือ ขนย้ายถุงบิ๊กแบ๊ก ถังน้ำมัน และอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากอ่าวพร้าวด้วยเรือบาส และมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นคราบน้ำมันบริเวณชายหาด แต่สำหรับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบนิเวศทางทะเลยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ในวันนี้ (5 ส.ค.) นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จ.ระยอง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.00 ของเช้าวันนี้ ทีมนักประดาน้ำจากศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และทีมนักวิจัย ได้ดำน้ำลงสำรวจพื้นทะเล แนวปะการัง และสัตว์น้ำ พื้นที่โซนเอ และพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งบริเวณอ่าวพร้าว เกาะกุฏี และอ่าวปลาต้ม ซึ่งการสำรวจแนวปะการังและสัตว์น้ำ คณะทำงานได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ดำน้ำลงสำรวจแบบวันเว้นวัน สรุปผลที่ได้จากการสำรวจส่งไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ทั้งนี้การสำรวจผลกระทบระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง 7 กลุ่มสำรวจ ได้แก่ สมุทรศาสตร์ ปะการัง ระบบนิเวศชายหาก ระบบนิเวศหญ้าทะเล ระบบนิเวศป่าชายเลน สัตว์ทะเลและนกหายาก ทางศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ได้เปิดรับเรื่องร้องเรียนผลกระทบ หากผู้ใดพบเห็นความเสียหายหรือการตาย ของแนวปะการังและสัตว์ทะเล สามารถประสานเข้ามายังศูนย์ฯ ได้ตลอดเวลา

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กล่าวว่า ตามแผนการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการติดตามประเมินสถานการณ์ แก้ไขและฟื้นฟูผลกระทบสิ่งแวดล้อมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรณีท่อรับน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล กรมควบคุมมลพิษรับผิดชอบ 3 เรื่อง คือ 1.การตรวจวิเคราห์คุณภาพน้ำทะเลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกำหนดไว้คร่าวๆ 23 สถานี 2.เรื่องของมลพิษทางอากาศ จะทำการตรวจทั้งบนฝั่งและในเกาะเสม็ด มีสารที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเกินมาตรฐานหรือไม่ และ 3.การกำจัดกากน้ำมันและวัสดุที่นำมาดูดซับ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ

นายวิเชียร กล่าวต่อว่า สำหรับผลการตรวจคุณภาพอากาศเช้าวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ไม่พบอะไรที่เกินค่ามาตรฐานถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้กรมควบคุมมลพิษ จะยังคงติดตามตรวจคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซีน โทลูอีน เอทิลเบนซีน และไซลีน ว่าเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ ส่วนการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อวิเคราะห์คุณภาพนั้น ที่ผ่านมากรมควบคุมมลพิษ ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำทะเล บริเวณเกาะเสม็ด-บ้านเพ เกาะกุฏี ปากคลองแกลง และอ่าวกิ่ว พบว่าคุณภาพน้ำทะเลยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่ผลการตรวจวิเคราะห์หาโลหะหนัก เช่น ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน และโพลีไซคบิกอะโลมาติกไฮโรคาร์บอน ก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเช่นเดียวกัน ซึ่งการตรวจสอบคุณภาพอากาศและน้ำทะเลนั้น คพ. จะทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี

"แม้ว่าบางอย่างการมองดูด้วยสายตา อาจจะเห็นว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เรามองไม่เห็น จำเป็นต้องมีการตรวจสอบดูเพื่อให้มั่นใจ เช่น พื้นอ่าวและพื้นทราย จะต้องมีการเจาะลงไปดู หากพบว่ายังมีน้ำมันอยู่ใต้พื้นทราย ก็จะต้องทำการบำบัดฟื้นฟูตามหลักวิชาการอย่างถูกต้อง ซึ่งตามหลักวิชาการที่นิยมในการกำจัด คือ การใช้จุลินทรีย์ลาดหรือพ่นลงไปในทราย เพราะคราบน้ำมันเหล่านี้มีสารไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ จากนั้นจึงจะตรวจสอบอีกทีดูว่าคราบน้ำมันหมดไปหรือยัง ถึงจะสามารถประกาศอย่างเป็นทางการได้ว่า นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำบริเวณอ่าวพร้าวได้อย่างปลอดภัย"

นายวิเชียร กล่าวด้วยว่า ส่วนการประเมินค่าเสียหายทั้งหมด คาดว่าจะต้องใช้เวลา 1 ปี ถึงจะสรุปได้ เนื่องจากการศึกษาผลกระทบบางอย่าง ต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน เช่น ผลกระทบด้านสุมทรศาสตร์ อย่างช้าที่สุดน่าจะสรุปผลได้ในเดือน พ.ย.

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า สำหรับแนวทางการสำรวจผลกระทบแนวปะการัง คณะทำงานจะเก็บข้อมูลสถาพทั่วไปว่าได้รับความเสียหายหรือไม่ นอกจากนี้ยังตรวดูสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ตามแนวปะการัง เช่น หอยและเพลีย ด้วย ซึ่งจากการที่นักดำน้ำดำลงไปสำรวจแนวปะการังบริเวณทิศเหนือของอ่าวพร้าว ที่ความลึก 1-4 เมตร พบว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีฟิล์มน้ำมันลอยอยู่ผิวน้ำ และไม่พบการตายของปะการัง แต่มีบ้างบางส่วนที่เป็นเมือก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติหากได้รับการรบกวน ปะการังจะเกิดความเครียดและเป็นเมือกได้

"ส่วนผลกระทบต่อแหล่งหญ้าทะเลบริเวณเขาแหลมหญ้าและอ่าวเพ พบว่าทั้ง 2 แห่ง ไม่พบฟิล์มน้ำมันลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ซึ่งสภาพโดยทั่วไปของหญ้าทะเลยังอยู่ในสภาวะปกติ ไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่สัตว์น้ำหน้าดิน เช่น หอย ปู ก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ในส่วนของโลมา เต่าทะเล และนกทะเล ยังไม่มีรายงานว่าพบสัตว์เหล่านี้เกยตื้น ในบริเวณที่น้ำมันดิบและฟิล์มน้ำมันลอยเหนือผิวน้ำ"

ทั้งนี้ ทช.สรุปผลการสำรวจเบื้องต้นแนวปะการัง บริเวณเกาะเสม็ดและพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2556 ที่ผ่านมา ระบุว่า แนวปะการังอ่าวน้อยหน้า แหลมน้อยหน่า แหลมหญ้า ความลึก 1-4 เมตร ไม่พบคราบน้ำมันบนพื้นทะเลและบนผิวน้ำ ไม่พบการตายของสัตว์แนวปะการัง พบปะการังบางโลโลนีแสดงอาการผิดปกติ มีเมือกปกคลุม สีซีดจาง สาเหตุจากตะกอน

บริเวณอ่าวลุงดำ อ่าวกิ่วหน้านอก อ่าวลูกโยน เกาะกุฏี เกาะขาม-กรวย และเกาะปลาตีน ความลึก 3-4 เมตร ไม่พบคราบน้ำมันบนพื้นทะเลและบนผิวน้ำ ไม่พบการตายของสัตว์แนวปะการัง หอยมือเสือ หอยฝา ฟองน้ำ หนอนฉัตร และเม่นทะเล อยู่ในสภาพปกติ

และหาดหินอ่าวหินบริเวณอ่าวพร้าว พบว่าเขตน้ำขึ้นน้ำลงส่วนใหญ่ ตั้งแต่เขตระดับน้ำลงปานกลางจนถึงแนวระดับน้ำลงต่ำสุด มีคราบน้ำมันปกคลุมเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะใกล้แนวน้ำลงต่ำสุดมีคราบน้ำมันปกคลุมพื้นผิวเป็นคราบหนา สิ่งมีชีวิตเช่น หอยฝาเดียว หอยนางรมืปูแสม ตายประมาณ ร้อยละ 10-20%

นายวิชิต ชาดไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า หลังจากเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีท่อน้ำมันดิบรั่ว ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือแล้วกว่า 560 ราย โดยมีทั้งประกอบอาชีพประมง ผู้ประกอบการที่พัก และผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ โดยทางจังหวัดยังจะเปิดรับเรื่องร้องเรื่องจากผู้ได้รับผลกระทบต่อไป และแม้ว่าขณะนี้แนวทางการจ่ายค่าชดเชยทาง ปตท.ยังไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ที่ผ่านมาได้รับปากอย่างหนักแน่นว่าจะเป็นผู้จ่ายค่าชดเชยให้ทั้งหมด โดยหลังจากนี้ทางจังหวัดจะติดต่อประสานงานไปยัง ปตท. พร้อมกับตั้งคณะกรรมการขึ้น ตามกลุ่มอาชีพผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งในวันนี้รายชื่อคณะกรรมการน่าจะแล้วเสร็จ และคาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนสัปดาห์หน้า

"เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน รวมถึงเพื่อกู้ภาพลักษณ์ของเกาะเสม็ดคือมา จะดำเนินการฟื้นฟูสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันหยุดสัปดาห์หน้าจะเป็นวันหยุดยาว ดังนั้นทางจังหวัดได้ประสานงานกับทาง ปตท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานBig Cleaning Day ในวันเสาร์ที่ 10 ส.ค. 2556 อีกครั้ง รวมถึงทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิของเกาะด้วย"

ด้าน นางขนิษฐา ศรีดงรักษ์ แม่ค้าขายอาหารทะเลสด ร้านนกแก้วซีฟู๊ด ตลาดเทศบาลเพ กล่าวว่า ผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่วในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการรับซื้ออาหารทะเลสดได้น้อยลง และยังทำให้นักท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย จึงส่งผลกระทบต่อยอดขายที่ในแต่ละวัน ลดลงไปกว่า 10,000 บาท จากปกติที่ขายได้ประมาณวันละประมาณ 40,000 บาท ซึ่งแม้ว่าตามปกติในช่วงเดือน ก.ค. - ส.ค. จะถือเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมากอยู่แล้ว เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝนไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ แต่ที่ผ่านมาตลาดไม่เงียบมากขนาดนี้