ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือสังคมหรือ OSCC เผยเพศชายมีร้องเรียนการละเมิดทางเพศเพิ่ม ชี้ผู้กระทำมักเป็นคนใกล้ตัว
นางแรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ หัวหน้าศูนย์ประชาบดี 1300 หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม หรือ OSCC กล่าวว่า จากสถิติการร้องเรียนและการให้บริการของศูนย์ช่วยเหลือสังคม หรือ OSCC ที่ผ่านมามีตัวเลขไม่แตกต่างกันมาก แต่เริ่มดีขึ้น โดยในปี 2553 ได้รับเรื่องร้องเรียนเฉพาะเรื่องของการละเมิดทางเพศ 226 ราย เป็นเด็กและเยาวชน 199 รายเป็นสตรี 27 ราย และในปี 2554 มีจำนวนผู้ร้องเรียนทั้งหมด 129 ราย เป็นเด็กและเยาวชน 113 ราย เป็นสตรี 16 ราย และในปี 2555 มีผู้ร้องเรียนทั้งหมด 148 ราย เป็นเด็กและเยาวชน 106 ราย เป็นสตรี 41 ราย และเฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2556 มีผู้ร้องเรียน 36 ราย เป็นเด็กและเยาวชน 32 รายและเป็นสตรี 4 ราย
“พบว่าในจำนวนผู้ที่เข้ามาร้องเรียนและทางศูนย์ OSCC ได้ให้ความช่วยเหลือส่วนใหญ่แล้วจะยังคงเป็นเด็กและเยาวชน ส่วนถึงสตรี แต่ในจำนวนเด็กทางศูนย์ไม่ได้มีการแยกเพศ แต่ยอมรับว่าเริ่มมีการร้องเรียนจากการละเมิดทางเพศจากผู้ชาย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่แล้วจะถูกละเมิดทางเพศจากคนใกล้ชิด คนในครอบครัว แม้ว่าจำนวนเคสจะมีไม่มาก แต่สถานการณ์ยังคงมีความรุนแรง แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าแรงมากกว่ากัน ต้องดูในแต่ละเคส” นางแรมรุ้งกล่าว
เธอบอกอีกว่า การให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในกรณีของการถูกละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ย่อมต้องได้รับความช่วยเหลือทันที และในกรณีที่เป็นเด็กและเยาวชน ต้องได้รับความช่วยเหลือตามกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าหากเด็กถูกกระทำการละเมิดทางเพศต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ดังนั้น หากประชาชนมีการพบเห็น หรือสงสัยว่าเด็กและเยาวชนอาจจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ สามารถรีบแจ้งมาที่ศูนย์ OSCC 1300 ได้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
"ในส่วนนี้มองว่า สถานการณ์ความรุนแรวง ในเรื่องของการละเมิดทางเพศ ถือว่ายังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ส่วนที่จะช่วยกับปกกันได้ คือประชาชนต้องค่อยเป็นหูเป็นตา ช่วยกันแจ้งเบาะแส เพื่อให้ความช่วยเหลือ เพราะศูนย์ OSCC อาจจะให้ความช่วยเหลือได้เฉพาะกับผู้ที่แจ้งของเข้ามาร้องทุกข์เท่านั้น แต่ถ้าประชาชนช่วยกัน นอกจากศูนย์ OSCC จะช่วยเหลือสังคมได้ ก็จะเป็นส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆได้เช่นกัน” นางแรมรุ้งกล่าว
ด้าน น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า สถานการณ์การคุมคามทางเพศและการล่วงละเมิดทางเพศ ในเด็กชายมีสถานกรณีที่รุนแรงมากขึ้น โดยจากสถิติปีที่ผ่านมาพบว่ามีเฉพาะที่ร้องเรียนมาทางมูลนิธิฯพบว่า การล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนชายกว่า 20 รายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่ในต่างจังหวัดก็มีจำนวนมาก แต่การดำเนินคดีมีน้อย เพราะกว่าที่จะเป็นที่ทราบในวงญาติจนนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีนั้นก็หมดอายุความ เช่น กรณีที่เด็กอายุมากกว่า 15 ปี เมื่อถูกละเมินทางเพศแล้ว ไม่กล้าบอกญาติ หรือบอกผู้ใหญ่ เมื่อเลยเวลา 3 เดือนถือว่าหมดอายุการความ โดยการล่องละเมิดทางเพศเด็กชาย จะมีหลากหลายรูปแบบตั้งแต่การพูดโน้มน้าว การชักชวนไปในที่ลับตาคนจากนั้นก็ข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนในรูปแบบที่เคยเป็นคดีที่พระและครูล่วงละเมิดทางเพศ และได้สัมภาษณ์จากผู้เสียหายพบว่าส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะถูกเรียนให้ไปนวด เมื่อลับตาคนก็มีการจับอวัยวะเพศ และกรณีของครูก็จะมีลักษณะเดียวกัน แต่ครูก็จะเอาเกรดผลการเรียนมาเป็นมีข้อเสนอ แลกกับการให้อมอวัยวะเพศและเรียกให้ไปห้องพักและมีการข่มขืนกระทำชำเรา ในกรณีที่เด็กมีอายุต่ำกว่า 15 ปี






