วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เยาวชนกทม.ชี้ข่าว'สมีคำ'ไม่ทำศาสนาเสื่อม

โพลล์สยามเทคโนโลยี เผยเยาวชนในกทม. 74.22% ชี้ข่าวพระสงฆ์สมีคำทำผิดวินัยร้ายแรง ไม่ส่งผลให้ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา

นายศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส,อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช ประธานกรรมการ,ดร.พิสิฐ พฤกษ์สถาพร กรรมการรองผู้อำนวยการและดร.กุลธิดา เสาวภาคย์พงศ์ชัย กรรมการรองผู้อำนวยการ สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ แถลงผลการสำรวจความรู้สึกของเยาวชนไทยอายุระหว่าง 15-25 ปีจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ประกาศนียบัตรหรือเทียบเท่าในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 1,028 คน ต่อข่าวพระสงฆ์ทำผิดกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับตามวินัยสงฆ์สืบเนื่องจากในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ปรากฏข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางผิดกฎหมาย พระวินัยหรือข้อบังคับของสงฆ์หลายข่าว จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวางว่า ข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้อาจส่งผลให้ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาลดน้อยถอยลงโดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่นที่เข้าถึงข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีทางการสื่อสารได้รวดเร็วกว่าประชาชนกลุ่มอื่น ประกอบกับวิถีการดำรงชีวิตของกลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบันมีความผูกพันกับวัดและพระพุทธศาสนาน้อยลง

ทั้งนี้ เนื่องจากพระสงฆ์ถือเป็นผู้ทำหน้าที่เผยแผ่หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาและช่วยสืบต่อพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคงถาวรต่อไป นอกจากนี้ พระสงฆ์ยังทำหน้าที่ขัดเกลาจิตใจของคนในสังคมและเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้ผู้คนในสังคมได้ปฏิบัติตาม ดังนั้น เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับกรณีที่พระสงฆ์มีความประพฤติหรือพฤติกรรมส่อไปในทางการกระทำผิดเสียเอง สังคมจึงมักตั้งข้อสังเกตว่าข่าวต่าง ๆ เหล่านี้ อาจส่งผลให้ความศรัทธาในพระพุทธศาสนานั้นเสื่อมลงโดยเฉพาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้คนอีกส่วนหนึ่งก็มีความเห็นว่าข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคลซึ่งไม่น่าจะส่งผลกระทบกับความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา พระธรรมคำสั่งสอน หรือต่อพระสงฆ์โดยรวม

นายศรีศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(ระดับอุดมศึกษา) ได้สรุปความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างต่อผลกระทบจากข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่ประพฤติผิดกฎหมาย/พระวินัย/ข้อบังคับสงฆ์ กลุ่มตัวอย่างเกือบสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 74.22 ระบุว่า ข่าวที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลให้ตนเองเสื่อมความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนา ขณะที่ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 67.9 ระบุว่า ไม่ส่งผลให้ตนเองทำบุญกับพระสงฆ์ เช่น การตักบาตร การถวายปัจจัย/สิ่งของ น้อยลง อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างประมาณหนึ่งในห้าหรือคิดเป็นร้อยละ 20.04 ระบุว่า ส่งผลให้ตนเองทำบุญกับพระสงฆ์น้อยลง กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64.11 ระบุว่า ไม่ส่งผลให้ตนเองเสื่อมความเคารพและศรัทธาในสถาบันสงฆ์โดยรวม และ กลุ่มตัวอย่างประมาณสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 68.58 ระบุว่า ไม่ได้ส่งผลให้ตนเองเดินทางไปวัดน้อยลง

การสำรวจนี้พบว่ากลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเยาวชนไทยมากกว่าหนึ่งในสี่ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ระบุว่า ข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลให้ตนเองร่วมทำบุญ เช่น การร่วมสร้างพระพุทธรูป/ถาวรวัตถุทางศาสนาต่างๆ การทอดผ้าป่า น้อยลง และ ส่งผลให้ตนเองตัดสินใจไม่เดินทางไปทำบุญยังวัดที่พระสงฆ์รูปนั้น ๆ จำพรรษาอยู่