กรมสอบสวนคดีพิเศษเตือนภัยแก๊ง"ล็อกหวย" อ้างกองสลากตุ๋นชาวบ้าน
ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถูกสังคมตั้งคำถามและ มองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะหลายคดีที่รับผิดชอบมักคาบเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองต่างๆ "กรุงเทพธุรกิจ" จึงได้ขอข้อมูลการรับคดีจากดีเอสไอจนพบว่ามีอยูู่หลายคดีเกี่ยวข้องกับประเด็นเศรษฐกิจ และ คดีที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านจำนวนมาก
"คดีล็อกหวย" เป็นอีกคดีหนึ่งที่กลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตัวแทนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตระเวนหลอกลวงชาวบ้าน ว่า สามารถล็อกเลขหวยที่จะออกในงวดต่อไปได้ เพราะที่ผ่านมาผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลในหลายงวดมักตรงกับหมายเลขทะเบียนรถของนายกรัฐมนตรี และมีโยงประเด็นการเมืองโจมตีกองสลากว่าล็อกเลขล็อตตารี่เพื่อเรียกคะแนนนิยมให้กับตัวนายกรัฐมนตรี จนสังคมเกิดข้อสงสัยว่ามีการล็อกเลขจริงตามที่กล่าวอ้าง แต่เมื่อดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบพบว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้
พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งผิดชอบคดีเกี่ยวกับ คดีล็อกหวย เปิดเผยว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบ และเข้าไปเป็นกรรมการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลสามารถยืนยันว่าไม่มีการล็อกเลขอย่างแน่นอน แต่ประเด็นการล็อกเลขที่หลายคนสงสัยกลับเป็นช่องว่างให้แก๊งมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชน โดยทำเป็นจดหมายตีตราชื่อของกองสลากพร้อมมีลายเซ็นผู้อำนวยการกองสลากกำกับด้วย
"จดหมายของคนร้ายนั้นจะตีตราส่งเป็นงวดๆแตกต่างกันไป โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะอ้างว่า กองสลากกินแบ่งรัฐบาลมีนโยบายคืนกำไรให้กับประชาชน จึงมีความประสงค์จะขอติดต่อท่านโดยตรง และท่านเป็นผู้โชคดีที่ได้รับจดหมายจากสลากซึ่ง คนน้อยมากที่จะได้รับจดหมายนี้ โดยก่อนที่เลขจะออกประมาณ 3 วันให้ติดต่อมาที่เรา โดยหมายเลขเบอร์โทรศัพท์จะระบุไว้ในจดหมาย"
พ.ต.อ.ญาณพล กล่าวต่อว่า เมื่อจดหมายถึงมือผู้เสียหายถ้าใครหลงเชื่อก็จะโทรไปหาคนร้ายตามหมายเลขที่ระบุไว้ในจดหมาย จากนั้น คนร้ายจะหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อเป็นค่าสมัครสมาชิกจำนวน 3,000-10,000บาท ใครโอนมากก็จะได้หมายเลขเด็ดจำนวนมาก เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีคนร้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนร้ายจะนำตัวเลขใบ้หวยที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ส่งผู้เสียหาย เช่น ได้เลข 18 ก็ให้ผู้เสียหายพร้อมกับจดหมายเลขโทรศัพท์เอาไว้
"บางคนได้เลข 18 มาก็ไปซื้อกลับเป็นเลข 81 หรือ บวก ลบ 1 ทำลักษณะนี้จนถูกหวยได้ และเมื่อหวยออกมาแล้วคนร้ายจะดูว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้บันทึกเอาไว้มีใครถูกหวยบ้าง จากนั้นก็จะโทรไปหาผู้เสียหายเพื่อขอเก็บค่าสมาชิกเพิ่ม ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่มักจะหลงเชื่อว่าให้หวยแม่นจึงยอมโอนเงินไปให้ บางคนถูกหลอกถึง 3 งวดติดต่อกันโดยไม่รู้ว่าตนเองถูกหลอก บางคนต้องเสียที่นาไปหลายสิบไร่ จนดีเอสไอต้องขอความร่วมมือจากไปรษณีย์ ให้ระวังจดหมายที่มีลักษณะแอบอ้างว่ามาจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาล"
นอกจากนี้ เราได้ประชาสัมพันธ์ตามรายการ และพยายามแจ้งเตือนว่าจดหมายอ้างว่าเป็นจดหมายของกลุ่มมิจฉาชีพ แต่ก็ยังมีผู้เสียหายบางคนที่ไม่ใช่กลุ่มที่ได้รับจดหมาย เห็นหมายเลขโทรศัพท์ก็โทนไปสอบถามเพราะอยากทราบข้อเท็จจริง สุดท้ายก็ถูกมิจฉาชีพหลอกจนเสียทรัพย์สิน
รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุอีกว่า แก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ จะแบ่งหน้าที่กันทำงาน เช่น กลุ่มที่เรียกว่า"ม้า"กลุ่มนี้จะค่อยเปิดบัญชีเพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ อีกกลุ่มจะมีหน้าที่พิมพ์รายชื่อ ที่อยู่ผู้เสียหายในคอมพิวเตอร์ กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มส่งจดหมาย โดยกลุ่มนี้จะนำจดหมายส่งตามตู้ไปรษณีย์ ตู้ละ 10-20 ฉบับ เพื่อป้องกันการสงสัย
เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมได้ ก็จะมีอีกกลุ่มเข้ามาดำเนินการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันต่อ เพราะวิธีการดังกล่าวทำได้ง่าย และได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง แต่มีขั้นตอนเดียวที่ยากคือ การหารายชื่อเหยื่อซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร หรือ ต้องลงทุนซื้อรายชื่อ ตามระบบอินเทอร์เน็ต หรือ ตามสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนต่าง
สำหรับรายชื่อและที่อยู่ของผู้เสียหายนั้นในแต่ละงวดคนร้ายจะไปขอซื้อรายชื่อผู้เสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีอาชีพหารายชื่อขาย ซึ่งคนร้ายจะต้องหารายชื่อเพื่อไม่ซ้ำกลุ่มเดิม และส่วนใหญ่จะเว้นการจัดส่งจดหมาย ไม่ส่งติดต่อกันเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายเกิดความสงสัย
อย่างไรก็ตาม ในแต่ละงวดจะพบว่ามีผู้มาร้องเรียนจำนวนมากบางคนต้องเสียเงินไปกว่า 1แสนบาทให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ และยังพบว่าแต่ละงวดคนร้ายสามารถลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีได้กว่า 2ล้านบาทต่องวด
จึงอยากเตือนประชาชนว่าหากพบจดหมายที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาล จงเชื่อเป็นของกลุ่มมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อตามข้อกล่าวอ้างในจดหมาย และควรตระหนักว่าการเล่นหวยไม่ได้เกิดประโยชน์ หรือทำให้รวยขึ้น









