'ปวีณา'พบผบ.ตร.หารือปราบปรามค้ามนุษย์ ไม่ให้ถูกประเทศสหรัฐฯ ปรับลดไปอยู่ในระดับ 3
นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางมาประชุมเพื่อประสานความร่วมมือและแนวทางการทำงานกับทางตำรวจ ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และการดำเนินการของศูนย์ช่วยเหลือสังคม oscc (one stop crisis center) โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เข้าร่วมประชุม
นางปวีณา กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้มาเข้่าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ พร้อมกับประชุมร่วมกับทาง ตร.ก่อนจะได้ข้อสรุปทั้งหมด 4 เรื่อง คือ 1.เรื่อง oscc ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะขอความร่วมมือทาง ตร.ให้การสนับสนุนกำลังตำรวจหน่วยต่างๆ เพื่อร่วมปฎิบัติงานที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 24 ชั่วโมงที่ พม.ซึ่งจะมีหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของ พม.ร่วมกันให้บริการแก้ไขปัญหาต่างๆ การกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานี ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยรับแจ้งเหตุ เบาะแสของศูนย์ช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในประเด็นการค้ามนุษย์ ต้องถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปฎิบัติงานในพื้นที่อย่างทั่วถึง
นางปวีณา กล่าวต่อว่า 2.เรื่องการค้ามนุษย์ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และเพื่อไม่ให้ถูกประเทศสหรัฐฯ ปรับลดไปอยู่ในระดับ 3 ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาระงับการให้ความช่วยเหลือนั้น จึงอยากขอความร่วมมือจากทางตำรวจ คือ ช่วยคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่พบผู้เสียหาย หรือบุคคลที่มีเหตุอันควรที่เขื่อได้ว่าเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก อยากให้ ตร.เข้าไปดำเนินการร่วมกับ พม.และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการทำงานแบบสหวิชาชีพอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ขอให้ ตร.อบรมให้ความรู้แก่พนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง ถึงเทคนิคและวิธีการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 เรื่องสถิติคดีค้ามนุษย์ ซึ่งเรื่องนี้ทางประเทศสหรัฐฯ ให้ความสำคัญมาก โดยผลการดำเนินคดีในปี 2556 มีจำนวนคดีมากถึง 305 คดี ตรงนี้มีความกังวลว่า คดีทั้งหมดเป็นคดีค้ามนุษย์หรือไม่ และคดีดังกล่าวสามารถส่งสำนวนให้อัยการดำเนินการสั่งฟ้องได้เท่าไหร่ เป็นต้น ฉะนั้นจึงอยากให้ ตร.เร่งรัดจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ และติดตามความคืบหน้าของคดีทั้งหมด เพื่อจะได้จัดทำข้อมูลส่งให้สหรัฐฯ ได้ทันการณ์และรอบคอบ
นางปวีณา กล่าวด้วยว่า 3.เรื่องการศึกษาดูงานห้องคอนเฟอเรนซ์ของ ตร.ที่ทาง พม.จะมีการจัดทำห้องปฎบัติงายคอนเฟอเรนซ์ จึงอยากจะขอความร่วมมือในการศึกษาดูงานกับทาง ตร. 4.เรื่องขอความร่วมมือจัดส่งเจ้าหน้าที่อบรมกฎหมายต่างๅ ที่เกี่ยวข้องกับ พม.เนื่องจากทางกระทรวงมรภารกิจในการเตรียมบุคลากร เพื่อเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 , พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 จึงอย่กขอความร่วมมือจากทาง ตร.ให้นัดส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมตามกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ โดยเฉพาะการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น. บช.ภ.1-9 ภาคละ 10 คน และองค์กรพัฒนาเอกชน ชุมชนอย่างละ 30 แห่ง รวมกับกลุ่มเป้าหมาย 200 คน เพื่อเน้นการมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการปฎิบัติงาน รวมทั้งออกบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงตนเมื่อเข้าเคหะสถาน หรือสถ่นที่เกิดเหตุ
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางตำรวจจะมีการเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพื้นที่ใดถูกส่วนกลาง อย่าง บก.ปคม.เข้าไปจับกุม จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางด้านวินัยทันที โดยปีนี้มีผลการจับกุมเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยขอยืนยันว่า ทางตำรวจจะมีการกวาดล้างตามแนวชายแดน ทั้งประเทศลาว หรือพม่าอย่างต่อเนื่อง









