พิธีรดน้ำศพ 8 ทหารหาญ เหยื่อคนร้ายสร้างสถานการณ์ป่วนใต้ ด้านโฆษก กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้าเสียใจต่อครอบครัวทหาร
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 29 มิถุนายน ที่ฌาปนสถานเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.กิตติ อินทสร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตัวแทนแม่ทัพภาค 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพและวางพวงหรีด เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.4021 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 จำนวน 8 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบนถนนสายบ้านตรือปา- บ้านปาหวัง ม.2 บ้านแบหอ ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ประกอบด้วย 1.จ.ส.อ.วิโรจน์ คำเรือน 2.ส.ท.อานนท์ ปวงศิริ 3.ส.ท.คมกริช เหตะการ 4.พลฯ ศักดา วงค์คำ 5.พลฯ ปิยภัทร บรรณาสาร 6.พลฯพิษณุเดช หอยสังข์ 7.พลฯ สว่าง นามไพร 8. พลฯ ธีรพงษ์ ดวงสุวรรณ
โดยมี พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัตน์ ที่ปรึกษากองทัพบก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสามารถ วราดิศรัย รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ผู้บังคับบัญชา ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชน ร่วมในพิธี เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบเงินช่วยเหลือ และเหรียญบางระจัน แก่ผู้แทน ของเจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 8 นาย รวมทั้ง ศอ.บต. และหน่วยงานต่างๆ ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา อีกจำนวนหนึ่ง สำหรับศพทหารผู้กล้าทั้ง 8 นายนี้ จะมีพิธีเคลื่อนย้ายศพ ในวันที่ 30 มิถุนายน นี้ จากวัดพุทธภูมิถึงสนามบินบ่อทอง โดยจะมีพิธีส่งศพที่สนามบินบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนาต่อไป
โฆษก กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้าเสียใจต่อครอบครัวทหาร
พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยว่า จากกรณี เหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร. 4021 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 56 เวลา 06.30 เป็นเหตุให้กำลังพลเสียชีวิต 8 นาย ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และราษฎรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนี้ 1. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ต่อครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้ ขอสดุดีในวีรกรรมอันกล้าหาญที่ได้ทุ่มเท เสียสละ และอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองทัพจะดูแลเยียวยาด้านสิทธิกำลังพลและสวัสดิการต่างๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถและสมเกียรติ
2. นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ลงมาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นเอกภาพ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการอำเภอไปสู่หมู่บ้านเป้าหมาย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่เอื้อต่อการพัฒนาและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต โดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้นำนโยบายมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการเข้าไปปฏิบัติงานในหมู่บ้านเป้าหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน และส่วนราชการต่างๆ ทำให้สามารถขับเคลื่อนแผนงานโครงการเข้าไปสู่หมู่บ้านเป้าหมาย ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น
3. การสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ตลอด 9 ปีเศษ ที่ผ่านมา รวมทั้งเหตุการณ์ในครั้งนี้ เป็นการกระทำของกลุ่มคนที่ใช้หลักศาสนา ที่บิดเบือนนำหน้าอุดมการณ์ชาตินิยมแบบสุดโต่งและตกขอบ ซึ่งได้ทำลายความหวังและโอกาสของพี่น้องประชาชนที่ต้องการความสันติสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ เพราะว่ากำลังดังกล่าว ได้เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างทุ่มเทร่วมกับพี่น้องประชาชน จนเป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
4. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงดำรงความมุ่งหมายในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตามนโยบายและข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ด้วยการเคารพในหลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และจะเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด รวมทั้ง จะยังคงดำเนินการสนับสนุน อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนในการประกอบศาสนกิจ เนื่องในเดือนรอมฎอนในปีนี้อย่างเต็มที่และมีความสุข
5. กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์การพัฒนาเอกชน (NGOs) ภาคประชาสังคมและเครือข่ายต่างๆ ได้ร่วมกันประณามการกระทำดังกล่าวและประกาศจุดยืนในการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อนำสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหากพบเบาะแสกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าว กรุณาแจ้งหมายเลข 1341,1881 หรือ 073 - 262680, 073 - 262681 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง









